มหาวิทยาลัยได้เล็งเห็นความสำคัญของห้องสมุดจึงอนุมัติให้สร้างอาคารหอสมุดขึ้นเป็นเอกเทศการก่อสร้างห้องสมุดเริ่มเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2530 มีเนื้อที่ใช้สอยทั้งสิ้นประมาณ 9,300 ตารางเมตร แบ่งเป็นเนื้อที่สำหรับใช้สอยของหน่วยงานอื่นๆ บริเวณชั้นหนึ่งประมาณ 1,000 ตารางเมตร จึงเหลือเนื้อที่สำหรับกิจการห้องสมุดประมาณ8,000 กว่าตารางเมตร สามารถบรรจุผู้อ่านได้ประมาณ 2,000 กว่าคน และจุหนังสือได้ประมาณ4,000,000
เล่ม การก่อสร้างเสร็จเมื่อปลายเดือนกันยายน 2532 ราคาค่าก่อสร้างพร้อมอุปกรณ์ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 37 ล้านบาท ทำให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ในการจัดหาทรัพยากรสารสนเทศเพื่อให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้สะดวกและตรงกับความต้องการ
อาคารหอสมุดเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2532 โดยฯพณฯ นายทวิช กลิ่นประทุม รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยในขณะนั้นใน ปี พ.ศ. 2530 มหาวิทยาลัยได้อนุมัติให้ห้องสมุดเป็นหน่วยงานที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ โดยใช่ชื่อว่า "สำนักหอสมุด " และมหาวิทยาลัยรังสิตได้บรรจุผู้มีคุณวุฒิปริญญาโททางบรรณารักษศาสตร์เข้ามาเป็นผู้อำนวยการ ตั้งแต่เดือนเมษายนพ.ศ. 2530 แต่เนื่องจากการบริการได้ขยายวงกว้างออกไปโดยมีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้ในการดำเนินงานและเพื่อให้สอดคล้องกับงานที่ปฏิบัติในลักษณะที่เพิ่มศักยภาพให้แก่ผู้ใช้ได้อย่างรวดเร็วและทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงระหว่างผู้ใช้บริการกับผู้ใช้บริการจึงได้ขอใช้ชื่อใหม่เป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษว่า " สำนักหอสมุดและศูนย์สารสนเทศมหาวิทยาลัยรังสิต (Rangsit University Library and Information Center"
ต่อกรรมการสภามหาวิทยาลัย ซึ่งได้ให้ความเห็นชอบและอนุมัติให้ใช้ได้ตั้งแต่วันที่23 สิงหาคม 2538ถึง พ.ศ. 2545 มหาวิทยาลัยรังสิต จึงได้ให้ไปใช้เดิมคือ "สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยรังสิต"(Rangsit University Library)