16/03/2026
รวมพิกัด 20 แหล่งเงินทุนวิจัยในประเทศไทย ที่นักวิจัยควรรู้
🇹🇭 แหล่งทุนวิจัยในประเทศไทย
📌 รวมครบ 4 หมวด พร้อมเงื่อนไขที่ควรรู้
1️⃣ หน่วยงานภาครัฐ
🔹 วช. (สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ)
มีทั้งทุนนักวิจัยรุ่นใหม่ ทุนอาวุโส และทุนทั่วไปทุกสาขา บริหารผ่านระบบ NRIIS
⚠️ ต้องสังกัดหน่วยงานที่ลงทะเบียนใน NRIIS / ถือโครงการพร้อมกันได้จำกัด / ห้ามรับทุนซ้ำซ้อน
🔹 สกสว. (สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม)
วางนโยบายและจัดสรรงบให้ PMU ต่างๆ ไม่ได้ให้ทุนนักวิจัยโดยตรง
⚠️ ต้องสมัครผ่าน PMU ที่สังกัด
🔹 บพค. (หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคนฯ)
เน้นวิจัยพื้นฐานและวิทยาศาสตร์ขั้นแนวหน้า (Frontier Research)
⚠️ เปิดรับตาม Call ที่กำหนด / บางทุนล็อกหัวข้อไว้ล่วงหน้า
🔹 บพข. (หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันฯ)
เน้นวิจัยเชิงพาณิชย์ เชื่อมกับภาคอุตสาหกรรม มีกลไก Matching Fund
⚠️ งานวิจัยต้องตอบโจทย์เอกชนร่วมด้วย / เอกชนต้องร่วมสมทบทุน
🔹 บพท. (หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่)
สนับสนุนวิจัยเพื่อชุมชน ท้องถิ่น และการพัฒนาพื้นที่
⚠️ ต้องมีความเชื่อมโยงกับพื้นที่เป้าหมายชัดเจน
🔹 สวรส. (สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข)
วิจัยด้านระบบสุขภาพและนโยบายสาธารณสุข
⚠️ จำกัดเฉพาะงานวิจัยด้านสุขภาพ / ต้องเชื่อมโยงกับนโยบายได้จริง
🔹 สวทช. (สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ)
วิจัยวิทยาศาสตร์ประยุกต์และเทคโนโลยี
⚠️ เน้นงานที่นำไปใช้ได้จริง / ไม่ค่อยสนับสนุนวิจัยพื้นฐานล้วนๆ
---
2️⃣ มหาวิทยาลัย
🔹 กองทุนวิจัยภายในมหาวิทยาลัย
ทุนขนาดเล็ก เหมาะสำหรับนักวิจัยหน้าใหม่หรือโครงการนำร่อง
⚠️ จำกัดเฉพาะบุคลากรในสังกัดเท่านั้น / วงเงินน้อยกว่าทุนภาครัฐ
🔹 ทุน Postdoctoral
สำหรับนักวิจัยหลังจบปริญญาเอก ทำงานร่วมกับอาจารย์ในมหาวิทยาลัย
⚠️ ต้องมีอาจารย์รับเป็น Host / มักมีระยะเวลาจำกัด 1-2 ปี
🔹 ทุน RA (Research Assistant)
สำหรับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา ผูกกับโครงการของอาจารย์ที่ปรึกษา
⚠️ นักศึกษาไม่สามารถสมัครโดยตรงได้ ต้องผ่านอาจารย์
🔹 ทุนวิจัยร่วมระหว่างมหาวิทยาลัย
ความร่วมมือข้ามสถาบัน มักเปิดรับตามความตกลง MOU
⚠️ ต้องมี Co-PI จากอีกสถาบัน / ขั้นตอนบริหารซับซ้อนกว่าทุนเดี่ยว
---
3️⃣ ภาคเอกชนและองค์กรอิสระ
🔹 Matching Fund (ผ่าน บพข.)
รัฐและเอกชนร่วมสมทบทุน ส่งเสริมงานวิจัยที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรม
⚠️ เอกชนต้องร่วมจ่ายตามสัดส่วนที่กำหนด / โจทย์วิจัยต้องมาจากเอกชน
🔹 Corporate R&D (SCG, PTT, EGAT ฯลฯ)
บริษัทขนาดใหญ่มีงบวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัย
⚠️ IP (ทรัพย์สินทางปัญญา) มักตกเป็นของบริษัท / การตีพิมพ์อาจถูกจำกัด
🔹 มูลนิธิและองค์กรอิสระ
เช่น มูลนิธิโรคมะเร็ง มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ
⚠️ ขอบเขตหัวข้อแคบมาก / ต้องตรงกับพันธกิจขององค์กรนั้นๆ โดยตรง
---
4️⃣ ต่างประเทศ (ที่เข้าถึงได้จากไทย)
🔹 Newton Fund / British Council
ทุนความร่วมมือไทย-อังกฤษ เน้นงานวิจัยที่มีผลกระทบสองประเทศ
⚠️ ต้องมี Co-investigator จากอังกฤษ / ต้องการ track record การตีพิมพ์
🔹 JSPS (Japan Society for the Promotion of Science)
ทุนวิจัยและแลกเปลี่ยนนักวิจัยไทย-ญี่ปุ่น
⚠️ ต้องมีนักวิจัยร่วมฝั่งญี่ปุ่น / บางประเภทจำกัดอายุผู้สมัคร
🔹 DAAD (Deutscher Akademischer Austauschdienst)
ทุนจากเยอรมนี ครอบคลุมวิจัยและการศึกษาระดับสูง
⚠️ ต้องการทักษะภาษาเยอรมันหรืออังกฤษสูง / แข่งขันสูงมาก
🔹 Wellcome Trust
เน้นวิจัยด้านสุขภาพและชีวการแพทย์ระดับนานาชาติ
⚠️ Proposal ต้องเป็นภาษาอังกฤษระดับสูง / ต้องการผลกระทบในวงกว้าง
🔹 Gates Foundation
วิจัยสาธารณสุขและการพัฒนาในประเทศกำลังพัฒนา
⚠️ เน้นงานที่แก้ปัญหาระดับโลก / มักต้องการความร่วมมือหลายประเทศ
🔹 WHO / UNDP / World Bank
องค์กรระหว่างประเทศที่มีโครงการวิจัยในไทย
⚠️ ไม่รับสมัครตลอดเวลา เปิดเฉพาะ Call / มักต้องผ่านหน่วยงานรัฐไทย
📎 ข้อจำกัดที่พบในทุกแหล่งทุน
- ห้ามรับทุนซ้ำซ้อนในโครงการเดียวกันจากหลายแหล่ง
- ต้องรายงานความก้าวหน้าและส่งผลงานตามกำหนด
- งบบางหมวดใช้ได้จำกัด เช่น ค่าตอบแทนนักวิจัย ค่าครุภัณฑ์
- ต้องมีผลผลิต เช่น บทความวิจัย รายงาน หรือสิทธิบัตรตามที่ระบุ