มหาวิทยาลัยชีวิตจังหวัดสมุทรสงคราม (นักศึกษาจัดทำ)

มหาวิทยาลัยชีวิตจังหวัดสมุทรสงคราม (นักศึกษาจัดทำ) ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก มหาวิทยาลัยชีวิตจังหวัดสมุทรสงคราม (นักศึกษาจัดทำ), วิทยาลัยชุมชน, ๑๓/๒ หมู่ ๑ ต. บางคนที อ. บางคนที, Samut Songkhram.

สถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชนจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน โดยผู้ขออนุญาตจัดตั้งคือ มูลนิธิสถาบันส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน (สสวช.) ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งจากกระทรวงศึกษาธิการเมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๓ เริ่มรับสมัครผู้จบมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าเข้าเรียนเป็นรุ่นแรกในเดือนธันวาคม ๒๕๕๓ โดยเปิดการเรียนการสอนทั้งในระดับปริญญาตรีและปริญญาโทในสาขาวิชาสหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น และสาข

าการจัดการสุขภาพชุมชน และมีเป้าหมายจะเปิดสาขาวิชาการจัดการการเกษตรยั่งยืนเพิ่มอีกสาขาในปีการศึกษา ๒๕๕๔

ก่อนจะมาเป็นสถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน มูลนิธิสถาบันส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนได้พัฒนาหลักสูตรสหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ภายใต้ชื่อ โครงการมหาวิทยาลัยชีวิต และได้เปิดดำเนินการเรียนการสอนโดยร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ เช่น มหาวิทยาลัยรามคำแหงและมหาวิทยาลัยราชภัฎหลายแห่ง

โครงการนี้เป็นผลจากการสะสมประสบการณ์การทำงานกับชุมชนที่ซึ่งพบว่ายังมีบุคคลและชุมชนเป็นจำนวนมากที่สามารถแก้ไขปัญหาของตนเองได้ ไม่ว่าปัญหาหนี้สินปัญหาครอบครัว ปัญหาสุขภาพ จนทำให้เกิดความมั่นคงในชีวิต อาชีพการงาน มีบุคคล ครอบครัว และชุมชนหลายแห่งที่เข้มแข็ง สามารถจัดการทรัพยากร ผลผลิต สิ่งแวดล้อม ชาวบ้านอยู่ในท้องถิ่นได้อย่างมั่นใจ ไม่ทิ้งถิ่นฐานบ้านเกิดไปรับจ้างที่อื่น มีความภาคภูมิใจในเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของตนเอง

โครงการมหาวิทยาลัยชีวิตเกิดขึ้นจากการนำประสบการณ์ดีๆ เหล่านี้มาวิเคราะห์ สังเคราะห์ พัฒนาเป็นหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น การจัดการสุขภาพชุมชน และการจัดการการเกษตรยั่งยืน โดยในอนาคตจะมีหลักสูตรและสาขาอื่นๆ อีก โดยทั้งหมดเน้นการจัดการอุดมศึกษาเพื่อชุมชน (university for community) มีผู้ใหญ่ในชุมชนเป็นเป้าหมายหลัก แต่ไม่ได้ปฏิเสธเยาวชนที่เพิ่งจบมัธยมปลาย ซึ่งก็รู้ดีว่า เยาวชนเหล่านี้อยากไปเรียนในเมืองมากกว่า และเชื่อว่าเมื่อผู้ใหญ่ในชุมชนได้พัฒนาศักยภาพของตนเองแล้วก็จะทำให้เกิด ความเข้าใจ เป็นที่พึ่งของเยาวชนได้ และเยาวชนก็ไม่เกิดความรู้สึกว่าพ่อแม่ ญาติพี่น้องไม่รู้อะไรเลย เหตุเพราะไม่ได้เรียนจนได้รับปริญญา ประกอบกับคนรุ่นใหม่ยังไม่เข้าใจปริญญาชีวิต เพราะเยาวชนยังต้องใช้เวลา ลองผิด - ลองถูกอีกยาวนานในชีวิต ทั้งที่ในความเป็นจริงไม่น่าจะต้องใช้เวลายาวนานเช่นนั้น

การศึกษาในโครงการมหาวิทยาลัยชีวิตเป็นการบูรณาการการศึกษากับการพัฒนาให้เป็นเนื้อเดียวกัน มีเป้าหมายให้ผู้เรียนสามารถ อยู่อย่างมีศักดิ์ศรีและมีกินในท้องถิ่นของตนเองได้ เรียนแล้วช่วยตนเองได้ ช่วยคนอื่นได้ ด้วยความเชื่อมั่นว่า ชุมชนเรียนรู้ ชุมชนเข้มแข็ง สามารถแก้ไขปัญหาหนี้สิน ความยากจน สิ่งแวดล้อม สุขภาพ สร้างภูมิคุ้มกันและความมั่นคงให้กับตนเองได้มากยิ่งขึ้น

หลักสูตรและสาขาวิชา

หลักสูตรปริญญาตรี ศิลปศาสตรบัณฑิต มี ๔ สาขา ดังนี้

๑. สหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น

๒. การจัดการสุขภาพชุมชน

๓. การจัดการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อชุมชน (ยังไม่เปิดรับสมัคร)

๔. การจัดการการเกษตรยั่งยืน (ยังไม่เปิดรับสมัคร)

หลักสูตรปริญญาโท ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต มี ๒ สาขา ดังนี้

๑. สหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น

๒. การจัดการระบบสุขภาพชุมชน

เรียนอะไร? อย่างไร?

เรียนโดยเอาชีวิตเป็นตัวตั้ง ไม่เอาวิชาเป็นตัวตั้ง นั่นคือการเอาปัญหาและความต้องการในชีวิตและชุมชนของผู้เรียนเป็นตัวตั้ง นั่นเอง สถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชนมุ่งจัดการศึกษาให้แก่ผู้เรียนที่เป็นผู้ใหญ่ ที่มีอาชีพการงานแล้วเป็นหลัก มีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะและประสบการณ์ในการงานอาชีพของตนมาแล้ว "วิชา" ในหลักสูตรจึงมีลักษณะคล้าย "ประเด็น" ให้ผู้เรียนได้ประมวลประสบการณ์ของตนมาบูรณาการเข้ากับความรู้จากแหล่งความ รู้ต่างๆ ทั้งจากเอกสาร จากผู้รู้ในท้องถิ่น และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ กันระหว่างผู้เรียนด้วยกันเอง ในแต่ละสาขาวิชาจะมีการจัดวิชาสัมมนาไว้มาก รวมทั้งในกิจกรรมการเรียนรู้ก็จัดให้มีกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อยู่ใน ทุกวิชา ทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้และการพัฒนาไปพร้อมกัน โดยอาจารย์ในสถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชนเป็น "ผู้จัดกระบวนการเรียนรู้" มากกว่า "ผู้สอน" เป็นจัดการศึกษาตามแนวคิด "สอนน้อย เรียนมาก" นักศึกษาจึงเรียนผ่านการทำ "กิจกรรม" และ "โครงงาน" เป็นหลัก ทั้งกิจกรรมหรือโครงงานเดี่ยวและกลุ่ม ผู้เรียนเป็นผู้ตัดสินใจเองว่าจะทำเรื่องใด ซึ่งก็คือเรื่องที่มี "ความหมาย" กับชีวิต ครอบครัว และชุมชนของผู้เรียนจริง ผู้เรียนเป็นผู้ตั้งโจทย์หรือคำถามเอง เช่น การเรียนรู้เรื่องสุขภาพก็เพื่อความแข็งแรงของผู้เรียน ผู้เรียนปฏิบัติโดยการปรับการกิน การออกกำลังกาย และการพักผ่อน (ไม่ใช่ให้ท่องจำทฤษฏีเกี่ยวกับสุขภาพ) โดยอาจมีเป้าหมายที่จะไม่ต้องกินยาลดความดัน ยาลดไขมันในเลือด ลดกรดในเลือดอีกต่อไป การเรียนรู้เรื่องการเงินการออมก็ทำจริง ตั้งกลุ่มออมทรัพย์กันในหมู่ผู้เรียนจริง ให้เกิดประโยชน์จริงๆ ในระหว่างการเรียนนั้นเลย เรียนเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ทุกคนก็ลงมือจัดระเบียบชีวิตของตนเองใหม่ อยู่อย่างเรียบง่าย ทำกินเองใช้เองมากขึ้น เช่น ปลูกพืชผักสวนครัวจริงๆ เพื่อลดรายจ่ายในครัวเรือน ไม่ต้องซื้อผักตลาด และยังสุขภาพดีเพราะปลอดสารเคมีแน่นอน เรียนเรื่องแผนแม่บทชุมชนก็ทำกับชุมชนของตนจริงๆ ทำแล้วมีผลกระทบกลับมาที่ตนและครอบครัวจริง เรียนเรื่องสุขภาพชุมชน หากชุมชนนั้นมีปัญหา โรคระบาดอะไร ก็ต้องร่วมมือกันทำให้โรคนั้นเบาบางลงหรือหมดไปจริง ผู้ใหญ่จะกระตือรือร้นในการเรียนรู้เรื่องที่มีความหมายกับชีวิตจริงมากกว่า เรื่อง "รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม" การเรียนโดยเอาชีวิตจริงชุมชนจริงนี้จึงเป็นการเรียนในเรื่องที่ใกล้ตัว เรียนสนุก เยาวชนก็น่าจะให้ความสนใจกับการสร้างวิถีชีวิตใหม่ที่ไม่ต้องรอนายจ้างสร้าง งานแต่จะเป็นผู้สร้างงาน สร้างชีวิตที่พอเพียง และอยู่ดีมีสุข ได้ในที่สุด ซึ่งได้ภาพสะท้อนของกลุ่มผู้ใหญ่ที่ได้เปลี่ยนแปลงไปทั้ง แนวคิด วิถีชีวิต ครอบครัวและชุมชน

ในระดับปริญญาโท วิชาที่เรียนมีเนื้อหาสาระเกี่ยวกับการพัฒนาท้องถิ่นอย่างมียุทธศาสตร์ เพื่อร่วมกันเรียนรู้ทำความเข้าใจท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง รวมทั้งเข้าใจบริบท และปฏิสัมพันธ์ระหว่างท้องถิ่นกับสังคมใหญ่ เข้าใจหลักวิชาการที่ว่าด้วยการพัฒนาท้องถิ่น ตั้งแต่การวางแผนในภาพรวม รวมทั้งเครื่องมือในการสำรวจ การวิจัยเพื่อให้เข้าถึงปัญหาและความต้องการที่แท้จริงของท้องถิ่น ไปจนถึงการนำข้อมูลดังกล่าวมาวิเคราะห์สังเคราะห์จนเกิดแผนพัฒนาท้องถิ่นที่สอดคล้องกับความเป็นจริง การนำแผนไปสู่การปฏิบัติ ก่อให้เกิดผลการพัฒนาท้องถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพด้วยกลยุทธ์ที่ดีและมีธรรมาภิบาล โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนในทุกขั้นตอน ซึ่งวัดได้จากขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเองของชุมชนท้องถิ่น การเชื่อมประสานพลังของประชาสังคมให้ร่วมมือกันทำงานแบบภาคีที่เท่าเทียม การสร้างเครือข่ายชุมชน องค์กร หน่วยงานต่างๆ เพื่อก่อให้เกิดขบวนการภาคประชาชนที่เข้มแข็ง เป็นรากฐานการพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้งนี้ ได้มีการกำหนดตัวชี้วัดการพึ่งพาตนเอง การทำงานขององค์กรระบบภาคีและความเป็นเครือข่าย
วิชาที่เรียนในระดับปริญญาโท ได้แก่ วิชากระบวนทัศน์การพัฒนาแบบบูรณาการ วิชาบูรณาการทฤษฎีความรู้และวิธีวิจัย วิชายุทธศาสตร์ทุน วิชายุทธศาสตร์ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและพลังงาน วิชายุทธศาสตร์การพัฒนาท้องถิ่น วิชายุทธศาสตร์วิสาหกิจชุมชน วิชายุทธศาสตร์การเกษตร วิชายุทธศาสตร์สุขภาพ วิชาการสร้างเสริมสุขภาพด้วยการกินเป็นอยู่เป็น วิชาการสร้างเสริมสุขภาพด้วยการจัดการอาชีพรายได้ หนี้สินและสวัสดิการ วิชาการสร้างเสริมสุขภาวะทางจิตวิญญาณ วิชาระบบการดูแลสุขภาพในชุมชน วิชายุทธศาสตร์การพัฒนาองค์ความรู้ด้านสุขภาพชุมชน วิชาการสัมมนาหัวข้อเฉพาะ การฝึกปฏิบัติการภาคสนาม การทำวิทยานิพนธ์หรือการศึกษาค้นคว้าอิสระ

การเปิดรับสมัครนักศึกษา
สถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชนจะเปิดรับสมัครนักศึกษาทั้งปริญญาตรีและปริญญา โทรุ่นปีการศึกษา ๒๕๕๔ ในสถานที่ตั้งในเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๔ เปิดเรียนเดือนมิถุนายน ๒๕๕๔ และมีโครงการเปิดการเรียนการสอนนอกสถานที่ตั้งด้วยในเวลาเดียวกัน (รายละเอียดเรื่องการเปิดนอกสถานที่ตั้งจะประกาศต่อไป)

สถานที่ตั้งสถาบันและการติดต่อสอบถาม

๑๓/๒ หมู่ ๑ ต.บางคนที อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม ๗๕๑๒๐

โทรศัพท์/โทรสาร ๐๓๔-๗๕๗๔๖๑

อีเมล์ [email protected]

เว็บไซต์ www.life.ac.th

อดีตเมื่อหลายปีมาแล้วกรรมการชุดก่อตั้ง ศูนย์การเรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตจังหวัดสมุทรสงคราม ก่อนมีการก่อตั้งเป็นสถาบันการเ...
24/07/2020

อดีตเมื่อหลายปีมาแล้ว
กรรมการชุดก่อตั้ง ศูนย์การเรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตจังหวัดสมุทรสงคราม ก่อนมีการก่อตั้งเป็นสถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน(สรพ.)

แบบสอบถามเพื่อการพัฒนาจังหวัดสมุทรสงครามช่วยกันมีส่วนร่วมในการพัฒนาจังหวัดของเรานะครับ โดยช่วยกันตอบแบบสอบถาม เพื่อให้ข้...
19/06/2019

แบบสอบถามเพื่อการพัฒนาจังหวัดสมุทรสงคราม
ช่วยกันมีส่วนร่วมในการพัฒนาจังหวัดของเรานะครับ โดยช่วยกันตอบแบบสอบถาม เพื่อให้ข้อคิดเห็นในการพัฒนาครับ
-----------------------------------------------------------------------
ด้วยจังหวัดสมุทรสงครามได้ ประชุมระดมความคิดเห็นในการทบทวนแผนพัฒนาจังหวัดโดยในเบื้องต้นได้ประชุมเฉพาะกลุ่ม(focus group) ตามประเด็นยุทธศาสตร์ประกอบด้วยด้านการท่องเที่ยวด้านเกษตรและประมงด้านคุณภาพชีวิตและด้านสิ่งแวดล้อม ดังนั้นเพื่อได้มีการร่วมแสดงความคิดเห็นจากประชาชนทั่วไปจึงขอความร่วมมือข้าราชการและประชาชนซึ่งอยู่ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามทุกท่านได้ร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาจังหวัดและขอขอบคุณมา ณโอกาสนี้

https://forms.gle/oBhdkjszr4pCYif56

ข้อมูลจากกลุ่มงานยุทธศาสตร์ สนง.จ.สส.

ด้วยจังหวัดสมุทรสงคราม จัดให้มีการประชุมกลุ่มย่อยสำรวจความต้องการของภาคเอกชนและภาคประชาสังคม เพื่อการ....

22/03/2018

ช่วยกันประชาสัมพันธ์งานบ้านเรา กดไลค์เพจ กดแชร์โพสต์กันด้วยนะครับ :) :) :)
#แจ๋วพาเที่ยว
#เกษตรแฟร์แม่กลอง สมุทรสงคราม
จัดขึ้นที่ #วัดช่องลมแม่กลอง
#สินค้าเกษตรประมงสมุทรสงคราม

 #ข่าวประชาสัมพันธ์
10/10/2017

#ข่าวประชาสัมพันธ์

กิจกรรม "วางดอกดาวเรืองหรือต้นไม้ที่มีดอกสีเหลือง ณ
เกาะกลางทางเข้าเมืองสมุทรสงครามเพื่อถวายอาลัยและส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย" ..จัดโดยภาคประชาชน เครือข่ายสมุทรสงครามจัดการตนเอง เครือข่ายเฉพาะกิจสมุทรสงคราม ร่วมกับเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม ณ เกาะกลางทางเข้าเมืองสมุทรสงคราม ในวันที่ 21 ตุลาคม 2560 เวลา 09.00 น. ..หากท่านใดไม่สามารถมาร่วมวางในวันที่ 21 ตุลาคมได้ สามารถนำต้นไม้ไปฝากไว้ที่การปะปาส่วนภูมิภาคสมุทรสงครามไว้ก่อนได้ในเวลาราชการ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป..โดยกิจกรรมนี้ มีการดำเนินการในช่วงการเตรียมการเป็นกิจกรรมย่อยๆ หลายอย่างไปจนถึงวันจัดงานจริง จึงขอเชิญชวนทุกท่านเข้าร่วมกิจกรรมและติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของกิจกรรมครับ
#พ่อทำงานเพื่อลูกมากว่า70ปีลูกต้องทำดีเป็นการแทนคุณแผ่นดิน
#คิดถึงคนบนฟ้า
#ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
#จะทำดีตามอย่างในหลวง

16/03/2016

วิธีเขียนวิทยานิพนธ์อย่างมีประสิทธิภาพและทันเดดไลน์

1. ตั้งเป้าหมายว่าจะต้องเขียนกี่คำ (หรือกี่หน้า) ต่อวัน โดยนำจำนวนวันที่เหลือก่อนเดดไลน์ เฉลี่ยหารกับจำนวนคำ (หรือจำนวนหน้า) ที่ต้องเขียนทั้งหมด เช่น คำนวณได้ว่าต้องเขียน 1,000 คำ (2 หน้า) ต่อวัน เพื่อที่ว่า 1 เดือน จะมีงานทั้งหมด 30,000 คำ (60 หน้า) ส่งอาจารย์

2. เมื่อกำหนดเป้าหมายแล้ว ลำดับต่อไป ต้อง “ระบุ” ให้ชัดว่า สิ่งที่จะทำให้เสียสมาธิ รบกวนการเขียน ได้แก่อะไรบ้าง ทั้งในจอคอมพิวเตอร์ เช่น อีเมล์/ facebook/ line/ เกมส์ และ นอกจอคอมพิวเตอร์ เช่น โทรศัพท์มือถือ งานบ้าน ลูก ฯลฯ เมื่อ “ระบุ” ชัดแล้ว ต้องตั้งใจให้แน่วแน่ว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งรบกวนเหล่านี้ในระหว่างการเขียนงานเลย

3. ให้เวลาตัวเองอย่างจำกัด กำหนดเวลาในการเขียนเพื่อบรรลุตามเป้าหมายให้สั้นที่สุด อย่าปล่อยเวลาไปเรื่อยๆทั้งวัน เช่น จำกัดเวลาของการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพียง 2 ชั่วโมงต่อวัน เพราะถ้ามากกว่านี้ งานที่ทำในช่วงเวลาที่เกินไป อาจจะไม่ได้ผลเท่าที่ควร

4. เลือกเวลาที่ “ดี” ที่สุดระหว่างวันในการเขียนงาน เช่น หลังจากตื่นนอน หลังอาหารเช้า หรือ ก่อนอาหารเย็น

5. ทันทีที่นั่งลงบนโต๊ะทำงาน ให้ลงมือเขียนงานเป็นสิ่งแรก อย่าเฉไปเริ่มต้นที่สิ่งรบกวนอื่นเด็ดขาด

6. อย่าห่วง หรือ กังวลว่า การเขียนจะต้องดีและสมบูรณ์แบบในครั้งแรก ต้อง “กล้า” ที่จะเผชิญกับความคิดในหัวที่อาจดูอ่อนแอ ไม่เป็นรูปเป็นร่าง ใส่ทุกความคิดลงไป ยอมรับให้ได้ว่าทุกอย่างต้องมีการแก้ไข ทบทวน ไม่มีใครเขียนได้สมบูรณ์แบบในครั้งแรก

7. ในช่วงแรกที่ลงมือเขียน เขียนให้ “เร็ว” ที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่ใช่ เขียนให้ “ดี” ที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่าเสียเวลาเลือกคำหรูๆ สวยๆ อนุญาตตัวเองให้เขียนแบบอิสระ (free writing) อย่าหยุดคิดนาน กำหนดเวลาการเขียนอย่างไม่หยุดเลย ประมาณ 10-15 นาที แล้วหยุดพัก ทบทวน ก่อนจะเริ่มการเขียนอย่างไม่หยุดเลย อีกประมาณ 10-15 นาที ไปเรื่อยๆ เป็นช่วงๆ

8. เริ่มเขียนจากแก่นกลาง เนื้อหา ประเด็นสำคัญ อย่าเริ่มจากการเขียนคำนำ (Introduction) เพราะผู้เขียนจะเขียนคำนำได้ดี ก็เมื่อรู้ว่าเนื้อหาสำคัญคืออะไร ส่วนใหญ่แล้วการเขียนวิทยานิพนธ์ มักจะเริ่มจากการเขียนประเด็นที่สำคัญเป็นหัวข้อย่อยๆ แล้วค่อยนำไปรวมเป็นบทที่สมบูรณ์ในภายหลัง

9. เมื่อเขียนทั้งหมดได้ตามเป้าหมายระยะสั้น อาจใช้เวลาระหว่างวันไป เดินเล่น ออกกำลังกาย พักสมอง แล้วค่อยกลับมาพิจารณา แก้ไข ปรับปรุง งานนั้น อีกครั้งหนึ่ง

10. ความรู้สึกของความสำเร็จในแต่ละวัน มีความสำคัญมาก เมื่อสำเร็จตามเป้าหมาย ก็หยุดพัก หยุดกังวล ไม่ต้องคิดต่อ ก่อนเข้านอนแต่ละวัน ทบทวนว่าวันนี้ทำอะไรสำเร็จบ้าง ขอบคุณตัวเองและปัจจัยรอบข้างที่เอื้อต่อการทำงาน เก็บความรู้สึกดีๆ ไว้เป็นพลังสำหรับวันพรุ่งนี้ต่อไป

ตั้งเป้าหมาย ลงมือทำทีละนิด พิชิตเดดไลน์ ด้วยงานคุณภาพ อย่างแน่นอน

#เพจก็แค่ปริญญาเอก
-------------------------------
โหลด #สติ๊กเกอร์ไลน์ จากเพจก็แค่ปริญญาเอก ได้แล้ววันนี้ที่

http://line.me/R/shop/detail/1229828

[หรือค้นหา Just a PhD]

#สติกเกอร์ #น่ารักมาก #โหลดเลย

06/02/2015

การบริหารงานภายใน

องค์กรใดก็แล้วแต่ ที่มีการบริหารงานภายในไม่ดี ก็จะเกิดความล้มเหลวและไม่สามารถดำเนินการต่อไปให้สำเร็จผลตามเป้าประสงค์ ได้ แม้จะมีบุคคลากรที่มีฝีมือมาก มีทุนทรัพย์มากก็ตาม(เป็นการกัดกร่อนจากภายในนำไปสู่ความหายนะ)



แต่ หากองค์กรใด ก็แล้วแต่ ที่มีการบริหารงานภายในดี ก็จะเกิดความความสามัคคีสามารถดำเนินการต่อไปให้สำเร็จผลตามเป้าประสงค์ได้ แม้จะมีบุคคลากรน้อย มีทุนทรัพย์น้อยก็ตาม “Put the right man on the right job” (เป็นการสร้างความเข้มแข็งจากภายในนำไปสู่ควารมสำเร็จ)



มันเป็นเช่นนั้น

06/02/2015

เครือข่ายนักศึกษาสถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน

มหาวิทยาลัยชีวิตจังหวัดสมุทรสงคราม (นักศึกษาจัดทำ) https://www.facebook.com/life.university.bystudent
มหาวิทยาลัยชีวิตจังหวัดสมุทรสงคราม (นักศึกษาจัดทำ)https://www.facebook.com/groups/life.u/
ครอบครัวม.ชีวิตhttps://www.facebook.com/groups/115096595243094/
ศรป. ศรีสะเกษhttps://www.facebook.com/groups/214956555235029/
ฅน.ม.ชีวิตhttps://www.facebook.com/groups/278842662136423/
ศรช..เครือข่ายมหาวิทยาลัยชีวิตคีรีรัฐนิคมhttps://www.facebook.com/groups/228208170526678/
ข่าว สรพ.https://www.facebook.com/groups/221414934572770/
ชมรมมหาวิทยาลัยชีวิตไม่ทิ้งกันhttps://www.facebook.com/groups/263468817014544/
แหล่งเรียนรู้ ม.ชีวิต ศรป.แม่กลองhttps://www.facebook.com/groups/Meaklonglife.center/
คลีนิคจิตสาธารณะ ม. ชีวิตhttps://www.facebook.com/groups/307416702614151/

สถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชนจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน โดยผู้ขออนุญาตจัดตั้งคือ มูลนิธิสถาบันส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน (สสวช.) ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งจากกระทรวงศึกษาธิการเมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๓ เริ่มรับสมัครผู้จบมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าเข้าเรียนเป็นรุ่นแรกในเดือนธันวาคม ๒๕๕๓ โดยเปิดการเรียนการสอนทั้งในระดับปริญญาตรีและปริญญาโทในสาขาวิชาสหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น และสาขาการจัดการสุขภาพชุมชน และมีเป้าหมายจะเปิดสาขาวิชาการจัดการการเกษตรยั่งยืนเพิ่มอีกสาขาในปีการศึกษา ๒๕๕๔

ก่อนจะมาเป็นสถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน มูลนิธิสถาบันส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนได้พัฒนาหลักสูตรสหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ภายใต้ชื่อ โครงการมหาวิทยาลัยชีวิต และได้เปิดดำเนินการเรียนการสอนโดยร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ เช่น มหาวิทยาลัยรามคำแหงและมหาวิทยาลัยราชภัฎหลายแห่ง

โครงการนี้เป็นผลจากการสะสมประสบการณ์การทำงานกับชุมชนที่ซึ่งพบว่ายังมีบุคคลและชุมชนเป็นจำนวนมากที่สามารถแก้ไขปัญหาของตนเองได้ ไม่ว่าปัญหาหนี้สินปัญหาครอบครัว ปัญหาสุขภาพ จนทำให้เกิดความมั่นคงในชีวิต อาชีพการงาน มีบุคคล ครอบครัว และชุมชนหลายแห่งที่เข้มแข็ง สามารถจัดการทรัพยากร ผลผลิต สิ่งแวดล้อม ชาวบ้านอยู่ในท้องถิ่นได้อย่างมั่นใจ ไม่ทิ้งถิ่นฐานบ้านเกิดไปรับจ้างที่อื่น มีความภาคภูมิใจในเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของตนเอง

โครงการมหาวิทยาลัยชีวิตเกิดขึ้นจากการนำประสบการณ์ดีๆ เหล่านี้มาวิเคราะห์ สังเคราะห์ พัฒนาเป็นหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น การจัดการสุขภาพชุมชน และการจัดการการเกษตรยั่งยืน โดยในอนาคตจะมีหลักสูตรและสาขาอื่นๆ อีก โดยทั้งหมดเน้นการจัดการอุดมศึกษาเพื่อชุมชน (university for community) มีผู้ใหญ่ในชุมชนเป็นเป้าหมายหลัก แต่ไม่ได้ปฏิเสธเยาวชนที่เพิ่งจบมัธยมปลาย ซึ่งก็รู้ดีว่า เยาวชนเหล่านี้อยากไปเรียนในเมืองมากกว่า และเชื่อว่าเมื่อผู้ใหญ่ในชุมชนได้พัฒนาศักยภาพของตนเองแล้วก็จะทำให้เกิด ความเข้าใจ เป็นที่พึ่งของเยาวชนได้ และเยาวชนก็ไม่เกิดความรู้สึกว่าพ่อแม่ ญาติพี่น้องไม่รู้อะไรเลย เหตุเพราะไม่ได้เรียนจนได้รับปริญญา ประกอบกับคนรุ่นใหม่ยังไม่เข้าใจปริญญาชีวิต เพราะเยาวชนยังต้องใช้เวลา ลองผิด - ลองถูกอีกยาวนานในชีวิต ทั้งที่ในความเป็นจริงไม่น่าจะต้องใช้เวลายาวนานเช่นนั้น

การศึกษาในโครงการมหาวิทยาลัยชีวิตเป็นการบูรณาการการศึกษากับการพัฒนาให้เป็นเนื้อเดียวกัน มีเป้าหมายให้ผู้เรียนสามารถ อยู่อย่างมีศักดิ์ศรีและมีกินในท้องถิ่นของตนเองได้ เรียนแล้วช่วยตนเองได้ ช่วยคนอื่นได้ ด้วยความเชื่อมั่นว่า ชุมชนเรียนรู้ ชุมชนเข้มแข็ง สามารถแก้ไขปัญหาหนี้สิน ความยากจน สิ่งแวดล้อม สุขภาพ สร้างภูมิคุ้มกันและความมั่นคงให้กับตนเองได้มากยิ่งขึ้น

หลักสูตรและสาขาวิชา

หลักสูตรปริญญาตรี ศิลปศาสตรบัณฑิต มี ๔ สาขา ดังนี้

๑. สหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น

๒. การจัดการสุขภาพชุมชน

๓. การจัดการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อชุมชน (ยังไม่เปิดรับสมัคร)

๔. การจัดการการเกษตรยั่งยืน (ยังไม่เปิดรับสมัคร)

หลักสูตรปริญญาโท ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต มี ๒ สาขา ดังนี้

๑. สหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น

๒. การจัดการระบบสุขภาพชุมชน

เรียนอะไร? อย่างไร?

เรียนโดยเอาชีวิตเป็นตัวตั้ง ไม่เอาวิชาเป็นตัวตั้ง นั่นคือการเอาปัญหาและความต้องการในชีวิตและชุมชนของผู้เรียนเป็นตัวตั้ง นั่นเอง สถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชนมุ่งจัดการศึกษาให้แก่ผู้เรียนที่เป็นผู้ใหญ่ ที่มีอาชีพการงานแล้วเป็นหลัก มีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะและประสบการณ์ในการงานอาชีพของตนมาแล้ว "วิชา" ในหลักสูตรจึงมีลักษณะคล้าย "ประเด็น" ให้ผู้เรียนได้ประมวลประสบการณ์ของตนมาบูรณาการเข้ากับความรู้จากแหล่งความ รู้ต่างๆ ทั้งจากเอกสาร จากผู้รู้ในท้องถิ่น และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ กันระหว่างผู้เรียนด้วยกันเอง ในแต่ละสาขาวิชาจะมีการจัดวิชาสัมมนาไว้มาก รวมทั้งในกิจกรรมการเรียนรู้ก็จัดให้มีกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อยู่ใน ทุกวิชา ทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้และการพัฒนาไปพร้อมกัน โดยอาจารย์ในสถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชนเป็น "ผู้จัดกระบวนการเรียนรู้" มากกว่า "ผู้สอน" เป็นจัดการศึกษาตามแนวคิด "สอนน้อย เรียนมาก" นักศึกษาจึงเรียนผ่านการทำ "กิจกรรม" และ "โครงงาน" เป็นหลัก ทั้งกิจกรรมหรือโครงงานเดี่ยวและกลุ่ม ผู้เรียนเป็นผู้ตัดสินใจเองว่าจะทำเรื่องใด ซึ่งก็คือเรื่องที่มี "ความหมาย" กับชีวิต ครอบครัว และชุมชนของผู้เรียนจริง ผู้เรียนเป็นผู้ตั้งโจทย์หรือคำถามเอง เช่น การเรียนรู้เรื่องสุขภาพก็เพื่อความแข็งแรงของผู้เรียน ผู้เรียนปฏิบัติโดยการปรับการกิน การออกกำลังกาย และการพักผ่อน (ไม่ใช่ให้ท่องจำทฤษฏีเกี่ยวกับสุขภาพ) โดยอาจมีเป้าหมายที่จะไม่ต้องกินยาลดความดัน ยาลดไขมันในเลือด ลดกรดในเลือดอีกต่อไป การเรียนรู้เรื่องการเงินการออมก็ทำจริง ตั้งกลุ่มออมทรัพย์กันในหมู่ผู้เรียนจริง ให้เกิดประโยชน์จริงๆ ในระหว่างการเรียนนั้นเลย เรียนเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ทุกคนก็ลงมือจัดระเบียบชีวิตของตนเองใหม่ อยู่อย่างเรียบง่าย ทำกินเองใช้เองมากขึ้น เช่น ปลูกพืชผักสวนครัวจริงๆ เพื่อลดรายจ่ายในครัวเรือน ไม่ต้องซื้อผักตลาด และยังสุขภาพดีเพราะปลอดสารเคมีแน่นอน เรียนเรื่องแผนแม่บทชุมชนก็ทำกับชุมชนของตนจริงๆ ทำแล้วมีผลกระทบกลับมาที่ตนและครอบครัวจริง เรียนเรื่องสุขภาพชุมชน หากชุมชนนั้นมีปัญหา โรคระบาดอะไร ก็ต้องร่วมมือกันทำให้โรคนั้นเบาบางลงหรือหมดไปจริง ผู้ใหญ่จะกระตือรือร้นในการเรียนรู้เรื่องที่มีความหมายกับชีวิตจริงมากกว่า เรื่อง "รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม" การเรียนโดยเอาชีวิตจริงชุมชนจริงนี้จึงเป็นการเรียนในเรื่องที่ใกล้ตัว เรียนสนุก เยาวชนก็น่าจะให้ความสนใจกับการสร้างวิถีชีวิตใหม่ที่ไม่ต้องรอนายจ้างสร้าง งานแต่จะเป็นผู้สร้างงาน สร้างชีวิตที่พอเพียง และอยู่ดีมีสุข ได้ในที่สุด ซึ่งได้ภาพสะท้อนของกลุ่มผู้ใหญ่ที่ได้เปลี่ยนแปลงไปทั้ง แนวคิด วิถีชีวิต ครอบครัวและชุมชน

ในระดับปริญญาโท วิชาที่เรียนมีเนื้อหาสาระเกี่ยวกับการพัฒนาท้องถิ่นอย่างมียุทธศาสตร์ เพื่อร่วมกันเรียนรู้ทำความเข้าใจท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง รวมทั้งเข้าใจบริบท และปฏิสัมพันธ์ระหว่างท้องถิ่นกับสังคมใหญ่ เข้าใจหลักวิชาการที่ว่าด้วยการพัฒนาท้องถิ่น ตั้งแต่การวางแผนในภาพรวม รวมทั้งเครื่องมือในการสำรวจ การวิจัยเพื่อให้เข้าถึงปัญหาและความต้องการที่แท้จริงของท้องถิ่น ไปจนถึงการนำข้อมูลดังกล่าวมาวิเคราะห์สังเคราะห์จนเกิดแผนพัฒนาท้องถิ่นที่สอดคล้องกับความเป็นจริง การนำแผนไปสู่การปฏิบัติ ก่อให้เกิดผลการพัฒนาท้องถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพด้วยกลยุทธ์ที่ดีและมีธรรมาภิบาล โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนในทุกขั้นตอน ซึ่งวัดได้จากขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเองของชุมชนท้องถิ่น การเชื่อมประสานพลังของประชาสังคมให้ร่วมมือกันทำงานแบบภาคีที่เท่าเทียม การสร้างเครือข่ายชุมชน องค์กร หน่วยงานต่างๆ เพื่อก่อให้เกิดขบวนการภาคประชาชนที่เข้มแข็ง เป็นรากฐานการพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้งนี้ ได้มีการกำหนดตัวชี้วัดการพึ่งพาตนเอง การทำงานขององค์กรระบบภาคีและความเป็นเครือข่าย
วิชาที่เรียนในระดับปริญญาโท ได้แก่ วิชากระบวนทัศน์การพัฒนาแบบบูรณาการ วิชาบูรณาการทฤษฎีความรู้และวิธีวิจัย วิชายุทธศาสตร์ทุน วิชายุทธศาสตร์ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและพลังงาน วิชายุทธศาสตร์การพัฒนาท้องถิ่น วิชายุทธศาสตร์วิสาหกิจชุมชน วิชายุทธศาสตร์การเกษตร วิชายุทธศาสตร์สุขภาพ วิชาการสร้างเสริมสุขภาพด้วยการกินเป็นอยู่เป็น วิชาการสร้างเสริมสุขภาพด้วยการจัดการอาชีพรายได้ หนี้สินและสวัสดิการ วิชาการสร้างเสริมสุขภาวะทางจิตวิญญาณ วิชาระบบการดูแลสุขภาพในชุมชน วิชายุทธศาสตร์การพัฒนาองค์ความรู้ด้านสุขภาพชุมชน วิชาการสัมมนาหัวข้อเฉพาะ การฝึกปฏิบัติการภาคสนาม การทำวิทยานิพนธ์หรือการศึกษาค้นคว้าอิสระ

การเปิดรับสมัครนักศึกษา
สถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชนจะเปิดรับสมัครนักศึกษาทั้งปริญญาตรีและปริญญา โทรุ่นปีการศึกษา ๒๕๕๔ ในสถานที่ตั้งในเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๔ เปิดเรียนเดือนมิถุนายน ๒๕๕๔ และมีโครงการเปิดการเรียนการสอนนอกสถานที่ตั้งด้วยในเวลาเดียวกัน (รายละเอียดเรื่องการเปิดนอกสถานที่ตั้งจะประกาศต่อไป)

สถานที่ตั้งสถาบันและการติดต่อสอบถาม

๑๓/๒ หมู่ ๑ ต.บางคนที อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม ๗๕๑๒๐

โทรศัพท์/โทรสาร ๐๓๔-๗๕๗๔๖๑

อีเมล์ [email protected]

เว็บไซต์ www.life.ac.th

ข่าวประชาสัมพันธ์พี่น้องชาวเทคนิคท่านใดยังไม่ได้ซื้อบัตร "งานคืนสู่เหย้าชาวเทคนิค" สามารถสั่งจองบัตรกันได้ที่ประชาสัมพัน...
21/01/2015

ข่าวประชาสัมพันธ์
พี่น้องชาวเทคนิคท่านใดยังไม่ได้ซื้อบัตร "งานคืนสู่เหย้าชาวเทคนิค" สามารถสั่งจองบัตรกันได้ที่ประชาสัมพันธ์วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสงคราม ที่เบอร์ 034-711440 หรือ ที่นายบัณฑิต ป้านสวาท ที่เบอร์ 089-6102919 (กรณีจองและรับบัตรที่คุณบัณฑิตต้องไปจ่ายค่าบัตรหน้างานครับ)

การจัดงานคืนสู่เหย้าชาวเทคนิค..กำหนดจัดวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2558 ณ สนามฟุตบอลวิทยาลัยเทคนิคสมุทรสงคราม..ราคาโต๊ะ 3,000 บาท นั่งได้ 10 ท่าน สามารถสั่งจองโต๊ะได้ 2 วิธี
- สั่งจองกับทางหัวหน้าแผนกที่ท่านเรียนจบ
- สั่งจองกับทางประชาสัมพันธ์วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสงคราม ที่เบอร์ 034-711440

ที่อยู่

๑๓/๒ หมู่ ๑ ต. บางคนที อ. บางคนที
Samut Songkhram
๗๕๑๒๐

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ มหาวิทยาลัยชีวิตจังหวัดสมุทรสงคราม (นักศึกษาจัดทำ)ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง มหาวิทยาลัยชีวิตจังหวัดสมุทรสงคราม (นักศึกษาจัดทำ):

แชร์