สำหรับกลุ่มคนที่ทำงานซึ่งอาจเรียกรวมได้ว่า ทัศนศิลป์ ได้แก่ สถาปนิก นักออกแบบ ศิลปินสาขาต่างๆ รวมทั้งครูผู้สอนศาสตร์เหล่านี้
ภาพ เป็นทั้งเครื่องมือ เนื้องาน และ อาวุธ
นับตั้งแต่ ปลายคริสตศตวรรษที่ 19 ภาพถ่าย ได้ก้าวขึ้นมา ครองอำนาจ
อำนาจ ที่จะบันทึก สิ่งที่ไม่อาจหวนคืน และ
อำนาจ ที่จะก่อจินตนาการ สู่สิ่งที่ยังไม่บังเกิด
ศูนย์รูปธรรมศึกษาและหอนิทรรศน์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาท
ำหน้าที่เป็นศูนย์กลางอนุรักษ์ภาพประเภทต่างๆ ได้แก่ ภาพลายเส้น ภาพเขียน และโดยเฉพาะภาพถ่าย ซึ่งอยู่ในรูปของฟิล์มสไลด์, ฟิล์มเนกาตีฟ, ภาพที่อัดลงบนกระดาษ และภาพดิจิตอล โดยหอภาพฯจะดำเนินการอนุรักษ์ภาพเหล่านี้ไว้ทั้งต้นฉบับต่างๆไว้อย่างเป็นระบบ รวมทั้งถ่ายโอนภาพจากต้นฉบับไว้ในรูปแบบดิจิตอล นำไปสู่การจัดตั้งเว็บไซต์ ที่จะเชื่อมโยงผู้คนจากทุกสารทิศให้สามารถเข้าถึงบริการนี้ได้โดยสะดวก เพื่อในที่สุด หอภาพแห่งนี้จะสามารถทำหน้าที่เป็นศูนย์บริการ ข้อมูลภาพ สำหรับใช้ในการศึกษา และตีพิมพ์ เผยแพร่ ในศาสตร์ว่าด้วย สถาปัตยกรรม การออกแบบ ทัศนศิลป์ และศาสตร์ที่เกี่ยวเนื่อง อย่างถูกต้องตามกฏหมายสากลว่าด้วย ทรัพย์สินทางปัญญา
ถึงวันนี้ ศูนย์รูปธรรมศึกษาและหอนิทรรศน์ ฯได้รับเกียรติให้เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ของภาพอันทรงคุณค่าจำนวนมากจากคลังภาพของ รศ. แสงอรุณ รัตกสิกร ครูออกแบบผู้เป็นทั้งตำนานและแรงบันดาลใจ ให้สถาปนิกและนักออกแบบทั่วเมืองไทย และจากคลังภาพของ รศ. นพ.วิชัย โปษยจินดา ครูแพทย์ผู้รู้ลึกในศาสตร์ของท่านและยังมีพลังเหลือเฟือมาใฝ่ใจใน ศึกษาศาสตร์ สุนทรียศาสตร์ และสารพัดศาสตร์ จนอาจกล่าวได้ว่าเป็น Renaissance Man ท่านหนึ่งของเมืองไทย
ในระยะยาว ศูนย์รูปธรรมศึกษาและหอนิทรรศน์ ต้องการพัฒนาตัวเอง ทั้งในเชิงปริมาณ นั่นคือมีจำนวนภาพมากขึ้นและหลากหลายขึ้น รวมทั้งสามารถพึ่งพาตนเองได้ในทางการเงิน และ ในเชิงคุณภาพ นั่นคือมีระบบการจัดเก็บที่ดี รักษาภาพคงสภาพเดิมหรือใกล้เดิมไว้ได้นาน รวมทั้งมีระบบสืบค้นที่สะดวกรวดเร็ว ทั้งหมดนี้ล้วนต้องการพลังสนับสนุน ทั้งพลังทรัพย์ พลังคน และพลังใจ จากทุกท่าน