13/05/2026
ชวนอ่านผลการวิจัยของ อ.ดร.นิพัทธ์ แย้มเดช อาจารย์ประจำหลักสูตรจารึกภาษาไทยและภาษาตะวันออก
นาคากับสายธารา : พลานุภาพแห่งนาคกับความชุ่มฉ่ำของสายน้ำ
สายธาราดำรงอยู่คู่พื้นผิวโลกมานานแสนนานเพียงไร ว่ากันว่านาคก็ดำรงอยู่อาศัยคู่กับแหล่งน้ำมานานแสนนานเพียงนั้น โครงการวิจัยจักรวาลแห่งนาค : คติความเชื่อเรื่องนาคฯ ในครั้งนี้ ขอนำเสนอชุดข้อมูลบางส่วน ที่หยิบยกและเล่าอย่างสรุปมาจากรายงานวิจัยภายใต้ชุดโครงการวิจัยใหญ่ที่เจาะลึกลงไปยังคติความเชื่อเรื่องนาคกับสายน้ำจากหลักฐานวรรณคดีสันสกฤต หากท่านผู้อ่านสนใจข้อมูลดังกล่าว โปรดพิสูจน์ความลุ่มลึกของข้อมูลวิจัยในประเด็นนี้ได้จากรายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ ซึ่งจะเผยแพร่อย่างเป็นทางการในโอกาสต่อไป
เค้าเงื่อนเรื่องนาคากับสายธารา เริ่มต้นที่ตรงไหน ?
มีเรื่องเล่าขานสืบมาแต่ครั้งบรมสมกัลป์ว่าพระอินทร์ช่วยให้โลกร่มเย็นเป็นสุข เพราะปล่อยสายน้ำจากฟากฟ้าให้หลั่งไหลมาสู่พื้นดิน ดังความตอนหนึ่งที่พระรามเล่าให้พระลักษมณะฟังว่า ในครั้งที่ท้าวสหัสนัยน์ประกอบหน้าที่เสร็จสิ้น โดยทำให้พื้นดินชุ่มฉ่ำและพืชผลเจริญเติบโต พระองค์หยุดพักจากภารกิจดังกล่าว ความตอนนี้วาลมีกิ ผู้รจนารามายณะไม่ได้ขยายความและอธิบายว่าภารกิจครั้งนั้นของพระอินทร์มีรายละเอียดอย่างไร แต่จากหลักฐานวรรณคดีสันสกฤตชั้นเก่าสมัยพระเวท เปิดเผยข้อมูลว่าสายธาราที่หลั่งไหลมายังโลกของเรานั้น เกี่ยวข้องกับวฤตาสูรหรือวฤตระ ซึ่งก็คือนาคลึกลับดึกดำบรรพ์ที่อยู่บนฟากฟ้านั้นเอง
วฤตราสูรในคัมภีร์ฤคเวทอธิบายว่าเป็นงู ดังศัพท์ว่าอหิ ซึ่งตีความได้ว่าเป็นนาค ขนาดลำตัวน่าจะมีความยิ่งใหญ่มโหฬารมาก พระอินทร์นั้นว่ากันว่ามีรูปร่างใหญ่โตมากกว่าพื้นดินหลายสิบเท่า ศัตรูตัวนี้ก็คงจะมีขนาดร่างกายใหญ่โตปานกัน วฤตราสูรไม่มีมือและไม่มีเท้า แต่ทรงอานุภาพร้ายกาจยิ่งนัก ถึงขนาดที่วฤตราสูรเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งที่พระอินทร์มุ่งหมายทำสงครามให้ได้ชัยชนะ เพื่อให้อสูรงูขณะที่ห่อหุ้มน้ำเอาไว้ ปล่อยสายน้ำลงมาสู่โลก ยังผลให้โลกมีความชุ่มฉ่ำและเกิดแสงสว่าง วีรกรรมครั้งนั้นของพระอินทร์ที่ทำการเจาะหรือตัดภูเขา (อาจตีความได้ว่าภูเขานั้นเป็นเมฆที่กักมวลน้ำเอาไว้) ประสบความสำเร็จเพราะความแห้งแล้งอันตรธาน พระอินทร์หั่นร่างวฤตราสูรนี้เป็นชิ้น ๆ เป็นอันจบสิ้นภารกิจในครั้งนี้ บทสรรเสริญพระอินทร์อันเก่าแก่กล่าวว่าการปราบงูโดยเทพผู้มีวัชระเป็นอาวุธแสดงวีรกรรมเก่งกล้าอันดับต้นๆ ของพระองค์เลยทีเดียว
เรื่องราวของนาคที่เกี่ยวกับสายฝนและสายน้ำหลากน่าจะเก่าที่สุดดังเค้าเรื่องของวฤตราสูร แล้วกวีในชั้นหลังต่างประทับใจเรื่องเล่าดังกล่าวนี้ ดังเห็นได้ว่าในมหาภารตะและรามายณะต่างอ้างถึงเรื่องราววฤตราสูรผู้ถูกพระอินทร์สังหารด้วยสายวัชระ
ถึงแม้นาคให้น้ำจะยังไม่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนในยุคเริ่มต้นในประวัติวรรณคดีสันสกฤต แต่ก็บอกเค้าเงื่อนให้เรารู้ว่าเรื่องราวของนาคดังกล่าวนี้เกี่ยวข้องกับสายน้ำ ความอุดมสมบูรณ์ และแสงสว่างที่ขับไล่ความมืดมิด คติความเชื่อเช่นนี้จะยิ่งปรากฏรายละเอียดในคัมภีร์พระพุทธศาสนาภาษาสันสกฤต ชวนให้ครุ่นคิดต่อไปว่าหรือแนวคิดนาคากับสายธารา อันบริสุทธิ์ชุ่มฉ่ำนี้จะสัมพันธ์กับคติเรื่องเล่าในทางพระพุทธศาสนา อันสื่อความหมายถึงความสงบสุข ร่มเย็น และบังเกิดศานติสุขภายใต้ร่มเงาทางศาสนา
สายธาราอันบริสุทธิ์จากนาค คือ ความมหัศจรรย์ของโลก
ในคัมภีร์พระพุทธศาสนาภาษาสันสกฤตของฝ่ายมหายาน เช่น ลลิตวิสตระ กล่าวถึงพระบรมศาสดาขณะประสูติ เกิดปรากฏการณ์อัศจรรย์มากมาย มีเทวดาจำนวนมากมาสรงสนานพระกุมารด้วยน้ำหอมต่าง ๆ ในช่วงเวลานั้นมีนาคนันทะและอุปนันทะ ซึ่งมักจะปรากฏกายคู่กันเสมอ นาคนันทะและอุปนันทะบันดาลให้เกิดสายธาราสองสาย คือ สายน้ำเย็นกับสายน้ำร้อนมาสรงสนานพระกุมารขณะที่ประสูติ และในตอนที่พระโพธิสัตว์เสด็จอภิเนษกรมณ์ เหตุการณ์มงคลครั้งนั้น มีนาคจำนวนมาก ได้แก่ วรุณ มนัสวี สาคระ อนวตัปตะ นันทะและอุปนันทะ มาร่วมกระทำการบูชาพระโพธิสัตว์ก่อนที่จะเสด็จอภิเนษกรมณ์ เหล่านาคตั้งใจแน่วแน่ที่จะเนรมิตให้สายฝนโปรยปรายลงมาตามฤดูกาล และโปรยผงจันทน์หอมเพื่อสักการะบูชาพระโพธิสัตว์ผู้เป็นยอดบูชาด้วย
ในคัมภีร์พระพุทธศาสนาภาษาสันสกฤต เรื่อง ปัทยจูฑามณิ ของพุทธโฆษาจารย์ วาระสำคัญยิ่งที่ พระโพธิสัตว์ประสูติ บังเกิดเหตุการณ์อัศจรรย์อย่างมาก หนึ่งในเหตุการณ์นั้นคือ สายธาราพวยพุ่งจากพื้นธรณีสูงเทียบเท่าต้นตาล พระเถระผู้รจนาคัมภีร์กล่าวว่าน้ำพุจากพื้นดินที่พุ่งขึ้นสูง ราวกับพญานาคผู้เป็นบริวารของเศษนาคราชปรารถนาจะน้อมสักการะพระกุมารพระองค์นั้น จึงบันดาลให้เกิดเหตุอัศจรรย์นี้ขึ้น
สายธาราอันบริสุทธิ์จากนาคที่สระสรงพระโพธิสัตว์ เนรมิตให้สายฝนโปรยปรายพร้อมกลิ่นผงไม้เนื้อหอม และการมองปรากฏการณ์น้ำเนืองนองพวยพุ่งจากพื้นดิน เหมือนนาคสักการะบูชาพระผู้บำเพ็ญบารมี ไม่ใช่เพียงปรากฏการณ์อันน่าอัศจรรย์ แต่งเติมฉากอันน่ารื่นรมย์และเชิดชูพุทธภาวะอันเป็นทิพย์เท่านั้น แต่เหตุการณ์เหล่านี้กำลังบอกอะไรแก่เรา
อย่างแรก นาคนั้นมีพลานุภาพมากบันดาลให้เกิดสายธารา ยังความชุ่มฉ่ำให้แก่โลกได้
อย่างที่สอง นาคจะเนรมิตสายน้ำอันน่าอัศจรรย์ ก็ต่อเมื่อเกิดเหตุการณ์พิเศษเกี่ยวเนื่องกับการแสดงบำเพ็ญบารมีของพระโพธิสัตว์
อย่างที่สาม สายธาราที่นาคบันดาล เป็นสายน้ำบริสุทธิ์ยิ่งและเป็นมิ่งมงคล
ในคติพระพุทธศาสนา นาคกับสายธาราเป็นสัญลักษณ์ของความชุ่มฉ่ำ ความใสสะอาด และความมหัศจรรย์ ส่วนคติพราหมณ์ให้ภาพนาคากับสายน้ำที่ดูทรงพลัง ศักดิ์สิทธิ์ กว่าจะเกิดน้ำต้องผ่านกระบวนการอันซับซ้อน ดูตัวอย่างได้จากการเกิดน้ำอมฤตในคราวทวยเทพและอสูรกวนเกษียรสมุทร
นาคเกี่ยวข้องอย่างไรกับ “น้ำอมฤต”
ในเทวตำนานของพราหมณ์ นาคามีความสัมพันธ์กับน้ำอมตะที่เรียกว่าเป็นยอดน้ำทิพย์ เป็นน้ำอันเลิศรส นั้นคือ “น้ำอมฤต” กรรมวิธีการทำน้ำอมฤตนั้นพิสดารมาก เพราะต้องใช้ภูเขาขนาดใหญ่กวนทะเลน้ำนมให้ได้น้ำที่เคี่ยวมาแล้ว นำมาบริโภค วาสุกินาคราชรับภารกิจสำคัญยิ่ง ยอมทรมานกายต่างเชือกพันภูเขามันทระเพื่อให้ปวงเทพเทวาและเหล่าอสูรกวนเกษียรสาครให้ได้น้ำอมฤต ว่ากันว่ากว่าจะเกิดน้ำอมฤตขึ้นมานั้น ร่างของวาสุกิถูกเสียดสีกับภูเขาจนทนไม่ไหว จำต้องคลายพิษร้ายแรงออกมา พระศิวะกลืนกินพิษร้ายนี้ไว้ เพื่อไม่ให้พิษของวาสุกิไหม้โลก
อนึ่ง ก่อนหน้าที่เหล่าเทวดาและอสูรจะกวนน้ำอมฤต โดยใช้ภูเขามันทระต่างไม้กวนนั้น ภูเขาใหญ่ลูกนี้ไม่ขยับเขยื้อน เศษะนาคราชหรืออนันตนาคราชผู้เป็นเชษฐาของพระวาสุกินาคราชรับหน้าที่นี้ ใช้พละกำลังมหาศาลถอนภูเขามันทระขึ้นมาได้ เพื่อให้ปวงเทพเทวานำภูเขาไปกวนน้ำอมฤต กล่าวได้ว่าหากการกวนเกษียรสมุทรไม่ได้นาคราชสองพี่น้อง คือ วาสุกินาคราช และเศษะนาคราชมาเป็นกำลังหลัก คอยช่วยเหลือภารกิจกวนเกษียรสมุทร น้ำอมฤตอันเป็นสุดยอดน้ำแห่งความยืนยงย่อมไม่อาจเกิดจากห้วงทะเลน้ำนมได้เลย
น้ำอมฤตเป็นยอดปรารถนาของปวงเทพและเหล่าอสูร ใครได้ดื่มแล้วจะมีชีวิตเป็นอมตะ มีชีวิตอยู่ได้ตราบนานแสนนาน เหล่านาคก็เช่นกันต่างมารอดื่มน้ำอมฤต ด้วยหวังว่าจะมีชีวิตเป็นอมตะ ขณะที่พญาสุบรรณนำหม้อน้ำอมฤตมาให้เหล่านาคตามสัญญา พระอินทร์ฉวยหม้อน้ำทิพย์นั้นเหาะหนีไป ฝ่ายนาคไม่เห็นหม้อน้ำอมฤต ต่างเข้าใจว่าหยาดน้ำค้างที่เกาะอยู่บนใบหน้าคาเป็นน้ำอมฤต จึงใช้ลิ้นเลียหยดน้ำ ใบหญ้าคาจึงบาดลิ้นนาคทำให้นาคและงูมีลิ้นสองแฉกมาจนถึงทุกวันนี้
เรื่องราวของนาคากับสายธารายังมีรายละเอียดอีกมาก บ่อยครั้งเรามักได้ยินได้ฟังคติเรื่องนาคกับสายน้ำ นาคให้น้ำ นาคกับสายรุ้ง นาคอยู่ในแหล่งน้ำ บ่อน้ำ แม่น้ำ ทะเล มหาสมุทร เรื่องราวเล่าขานดังกล่าวเกิดขึ้น เพราะผู้คนยุคโบราณมีความเชื่อเรื่องนาคกับสายน้ำเป็นสิ่งที่อยู่คู่กัน ส่งเสริมซึ่งกันและกัน นาคอยู่ในน้ำ และน้ำก็เกิดมาจากนาค นาคจึงทรงคุณค่าอย่างสูงเมื่อเรากล่าวถึงสายน้ำ
เรื่องราวเล่าขานของนาคกับสายธาราอยู่เหนือกาลเวลา เพราะตราบใดที่สายน้ำยังคงเป็นบ่อเกิดของเรื่องเล่าอันศักดิ์สิทธิ์และสัตว์ทิพย์ลึกลับอาศัยอยู่ในห้วงน้ำ ตราบนั้นเรื่องราวของนาคก็ยังอยู่ในความทรงจำของผู้คนที่ผูกพันกับสายน้ำในทุกแห่งหน ความสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างนาค สายน้ำ และวิถีชีวิตผู้คน ทำให้นาคกลายเป็นสัญลักษณ์ของสายน้ำ ความชุ่มฉ่ำ และความเป็นอมตะ ดุจสายธาราหล่อเลี้ยงสรรพชีวิต ไม่มีวันเหือดแห้งไปจากโลก
ผู้เขียน : นิพัทธ์ แย้มเดช
เอกสารอ้างอิง
จิรพัฒน์ ประพันธ์วิทยา. รวมบทความของจิรพัฒน์ ประพันธ์วิทยา. กรุงเทพฯ: ภาควิชาภาษาตะวันออก คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2568.
มหาวิทยาลัยศิลปากร. มหากาพย์รามายณะของวาลมีกิฉบับภาษาไทย เล่ม 2 อารัณยกัณฑ์ กิษกินธากันฑ์
สุนทรกัณฑ์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล
เฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554. กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้งฯ, 2557.
ศักดิ์ศรี แย้มนัดดา. “เทพปกรณัมในมหาภารตะและอิทธิพลที่มีต่อวรรณคดีไทย.” ใน มหาภารัตคดี
เฉลิมขัตติยานีสิรินธร กรุงเทพฯ: ชมรมบาลี-สันสกฤต คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,
2558.
สุวิไล บุญธวัชชัย. การศึกษาวิเคราะห์ปัทยจูฑามณิของพุทธโฆษาจารย์. วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต
สาขาวิชาสันสกฤตศึกษา ภาควิชาภาษาตะวันออก มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2566.
แสง มนวิทูร, ศาสตราจารย์ ร.ต..ท. (ผู้แปล). คัมภีร์ลลิตวิสตระ พระพุทธประวัติฝ่ายมหายาน ภาคภาษาไทย. กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้งฯ, 2558.