Centre for Research in Music and Culture, SRI, CMU

Centre for Research in Music and Culture, SRI, CMU College & University

(English version below)ซอพื้นบ้านล้านนา คือ การขับขานของคนล้านนาที่มีอยู่คู่กับสังคมและวิถีชีวิตมาช้านาน เป็นศิลปะการแสด...
28/05/2018

(English version below)
ซอพื้นบ้านล้านนา คือ การขับขานของคนล้านนาที่มีอยู่คู่กับสังคมและวิถีชีวิตมาช้านาน เป็นศิลปะการแสดงอีกประเภทหนึ่งของล้านนา การแสดงเป็นลักษณะของการขับขาน หรือการร้องร้อยกรองที่มีฉันทลักษณ์เฉพาะและมีเครื่องดนตรีประกอบ โดยมีท่วงทำนองต่างๆ แตกต่างกันไป การร้องขับขานร้อยกรองดังกล่าวจะเป็นการร้องโต้ตอบซึ่งกันและกันระหว่างช่างซอชายและช่างซอหญิง ภาษาพื้นถิ่นเรียกว่า “คู่ถ้อง” (Khuu Thong) โดยมีทั้งหมดประมาณ 13 ทำนอง
1. ทำนองซอ ตั้งเชียงใหม่ (อ่านว่า ตั้ง เจียงใหม่) (Tang Chiangmai / Tang Jiangmai)
2. ทำนอง จาวปุ หรือจะปุ (Jao-pu or Ja-pu)
3. ทำนองละม้าย (Lamai)
4. ทำนองเงี้ยว หรือเสเลเมา (Nguew or Selemao)
5. ทำนองเพลงอื่อ (Uue)
6. ทำนองพม่า (Phama)
7. ทำนองพระลอ (Phra Loa)
8. ทำนองเจียงแสน (Jiang Sean)
9. ทำนองปั่นฝ้าย (Pan Fai)
10. ทำนองล่องน่าน (Long Nan)
ทำนองที่ไม่ค่อยได้ใช้
11. ทำนองยิ้น (Yin)
12. ทำนองมะเก่ากลาง (อ่านว่า “บะเก่ากล๋าง”) (Ma Kao Klang or Ba Kao Klang)
13. ทำนองเงี้ยวสิบจาติ (Nguew Sib Jaad)
ส่วนรูปแบบของการซอในงานต่างๆ นั้นมีความเปลี่ยนแปลงไปจากการซอในอดีต ซึ่งแต่เดิมนั้นจะใช้ช่างซอเพียงคู่เดียวซอตลอดทั้งวัน แต่ในปัจจุบันนี้มีรูปแบบการซอที่แตกต่างไป โดยจะใช้คู่ซอเปลี่ยนแปลงไปตามเนื้อหาของการแสดงทั้ง 3 ช่วงเวลาตามความนิยมของกลุ่มผู้ฟัง กล่าวคือ ในช่วงเช้า ตั้งแต่เวลา 9.00น.-11.30 น. เป็นการซอฮ่ำก๋ารฮ่ำงาน (Sor Ham Karn Ham Ngaan เป็นการซอที่กล่าวถึงความเป็นมาของงาน) ซอปัดเคราะห์ (Sor Pad Kroa เป็นการซอเพื่อขับไล่โชคร้าย) ซอเชิญเทวดา (Sor Chern Tewada เป็นการซอเพื่อเชิญเทพลงมาสถิตย์ในงาน) ซอปั๋นปอน (Sor Pan Pon เป็นการซอเพื่ออวยพร) ให้แก่เจ้าภาพและผู้ฟัง จากนั้นจึงพักการแสดง แล้วขึ้นขันตั้ง (คือการบูชาเพื่อระลึกถึงครูซอ)
หลังจากขึ้นขันตั้งเสร็จแล้ว เหลือเวลาอีกประมาณ 30 นาทีก่อนถึงเที่ยงวัน จะมีการซอเชิญผู้ฟังรับประทานอาหารร่วมกันแล้วจึงสิ้นสุดการแสดงซอในช่วงเช้า
ในช่วงบ่าย ตั้งแต่เวลาประมาณ 13.00-17.00 น. เป็นการซอที่มีเนื้อหาสนุกสนาน เพื่อเอาใจหนุ่มสาว โดยใช้ช่างซอรุ่นใหม่ที่มีความสามารถและลูกเล่นในการซอเพื่อสร้างความสนุกสนานบันเทิง ส่วนในช่วงค่ำจะมีซอการประกอบเพลงร่วมสมัยโดยใช้ดนตรีเข้ามาประกอบ ด้วยการเอาเพลงลูกทุ่งสมัยใหม่มาร้องในงานพร้อมกับอิเล็คโทน โดยจะแสดงไปจนถึงเวลาดึกและถือเป็นการแสดงในวันนั้น

ผู้เขียน และวีดีโอ : กรกวี ธาราพันธรักษ์
ผู้แปล : นุกัณฑ์ วรรธนะภัฏ

‘Sor Puen Baan Lanna’ is a vernacular chanting tradition which has long been a part of the Northern Thai way of life. Resembling poetry, the Sor Puen Baan Lanna possesses a unique prosodic quality. A variety of instruments are usually employed to accompany the singers. The performance is often dialectical or responsory, deriving its character from the dynamic between male and female singers – a tradition known in the vernacular as ‘Khu Thong’, whose repertoire comprises more than 13 uniquely identifiable tunes:
Tang Chiangmai / Tang Jiangmai
Jao-pu or Ja-pu
Lamai
Nguew or Selemao
Uue
Phama
Phra Loa
Jiang Sean
Pan Fai
Long Nan
Several tunes are less frequently encountered:
11. Yin
12. Ma Kao Klang or Ba Kao Klang
13. Nguew Sib Jaad
Sor Puen Baan Lanna is a whole day’s affair. In previous times, only a pair of singers is called for the occasion. However, modern practice employs alternating pairs of singers, with the performance being split into three parts according to the composition of the audience. From its commencement at 9:00 to 11:30 a.m., the Sor Ham Karn Ham Ngaan (a Sor depicting work and toil), Sor Pad Kroa (sung to repel bad omens), Sor Chern Tewada (summoning of the angels), and Sor Pan Pon (blessings) are performed. This is followed by the traditional Kan Tang (the commemoration of teachers), often concluding thirty minutes before lunchtime. This half-hour interval is set aside for an invitational Sor, calling the audience to the meal.
Then, in the afternoon (from 1:00 to 5:00 pm), the occasion is enlivened with a more light-hearted Sor by a new pair of performers, appealing to younger members of the audience. Finally, as night falls, Phleng Luk Thung (country music) and the electronic keyboard are added to the mix, ending the performance on a contemporary note.
Author and Video: Kornkavi Tharapantharuk
Translator: Nugunn Wattanapat

ซองานใส่ขันดอกเสาอินทขิลเสาหลักเมืองเชียงใหม่ 12 พฤษภาคม 61 คณะดาวรุ่งเชียงใหม่ รับงาน ละครซอ ซอคู่ ซอสตริง .....

(English version below)ฟ้อนผีมดการฟ้อนผีมดในหมู่บ้านป่าหก ตำบลลี้ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน จัดขึ้นทุก 2-5 ปีแล้วแต่ความสะดว...
03/04/2018

(English version below)

ฟ้อนผีมด

การฟ้อนผีมดในหมู่บ้านป่าหก ตำบลลี้ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน จัดขึ้นทุก 2-5 ปีแล้วแต่ความสะดวกของเจ้าภาพ โดยมีการเชิญร่างทรงของผีในตระกูลผีเดียวกันมาร่วมฟ้อนในบริเวณบ้านของเก๊าผี ถือเป็นการเลี้ยงผีปู่ย่าของแต่ละตระกูล โดยพิธีการฟ้อนผีมดจะจัดขึ้นเป็นเวลาสองวัน

การฟ้อนผีมดในอำเภอลี้จะใช้ร่างทรงผู้หญิงทั้งหมด และใช้เครื่องดนตรีที่เรียกว่าปาน เป็นแผ่นโลหะกลมมีลักษณะคล้ายถาด ครอบบนหม้อดิน ใช้ไม้ไผ่ความยาวประมาณหนึ่งศอกที่ถูกทุบปลายไม้ให้แตกเป็นซี่เคาะลงบนปานเพื่อให้เกิดเป็นจังหวะ ประกอบกับการเขย่า “ไม้เหิบ” (ลำไม้ไผ่ที่ถูกผ่าลงไปประมาณครึ่งลำ ใช้เขย่าเพื่อให้เนื้อไม้กระทบกันเกิดเป็นเสียง) โดยผู้บรรเลงนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นคนในตระกูลผีเดียวกัน แต่อาจจะเป็นเพื่อนบ้านหรือคนที่มาร่วมงานสามารถร่วมบรรเลง ผลัดเปลี่ยนกันได้ตลอดเวลา

Fon Phi Mod

In the village of Pa Hok, in Tambol Li, Amphur Li, Lamphun Province, the sacred ritual known as ‘Fon Phi Mod’ is held once every two to five years, at the host’s convenience, to placate ancient spirits and court their good will. Mediums of the same spiritual ancestry are invited to participate in the ritual, which is held over two days.

The mediums of ‘Fon Phi Mod’ in Pa Hok are all female. Among the instruments used for the performance is the ‘paan’, a metallic plate placed on top of a clay plot, played with a bamboo stick with one of its ends split and modified. The paan, employed for rhythmic effect, is accompanied by the shaking of a ‘Mai Herb’, a bamboo stick split in half from its midpoint upwards. The performers are not necessarily of the same spiritual ancestry; they may also be neighbours or others participating in this communal ritual.

24/03/2018

เต็มไปด้วยเนื้อหาสาระเข้มข้นและความสนุกสนานครบรส กับงานสัมมนา “การพัฒนาดนตรีล้านนาในมิติการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน” โดยภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจ ทั้ง เวทีอภิปรายทางวิชาการด้านประวัติศาสตร์และดนตรีล้านนาหลากหลายหัวข้อ กิจกรรมล้อมวงเสวนาเพื่อหาแนวทางพัฒนาดนตรีล้านนาสู่การท่องเที่ยงที่ยั่งยืน ตลอดจนการแสดงศิลปะดนตรีล้านนาอันตราตรึงใจจาก “ศูนย์การเรียนรู้ศิลปะและวัฒนธรรมพื้นบ้านสลีปิงจัยแก้วกว้าง” ณ โรงแรมโลตัสปางสวนแก้ว เชียงใหม่
#ล้านนาเล่าว่า #การพัฒนาดนตรีล้านนาในมิติการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

24/03/2018
การเสวนาเพื่อร่วมหาแนวทางการพัฒนาดนตรีล้านนาสู่การท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ณ ชุมชนวัดสันทรายต้นกอก ในวันที่ 24 มีนาคม 2561 ด...
24/03/2018

การเสวนาเพื่อร่วมหาแนวทางการพัฒนาดนตรีล้านนาสู่การท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ณ ชุมชนวัดสันทรายต้นกอก ในวันที่ 24 มีนาคม 2561 ดำเนินงานโดยศูนย์วิจัยดนตรีและวัฒนธรรม สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากโครงการ "ล้านนา...เล่าว่า" โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการท่องเที่ยว สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

การเสวนาและดูงานดนตรีชุมชนในชุมชนวัดสันทรายต้นกอกของพ่อหลวงอานนท์ ไชยรัตน์ ขอขอบคุณผู้ร่วมเสวนาทุกท่านที่ร่วมกิจกรรมและใ...
24/03/2018

การเสวนาและดูงานดนตรีชุมชนในชุมชนวัดสันทรายต้นกอกของพ่อหลวงอานนท์ ไชยรัตน์

ขอขอบคุณผู้ร่วมเสวนาทุกท่านที่ร่วมกิจกรรมและให้ข้อคิดเห็นที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาดนตรีล้านนาและดนตรีชุมชนในอนาคตต่อไป

รายชื่อวิทยากรบางส่วนในงานสัมมนาประกอบการสาธิตในวันที่ 23 มีนาคม 2561 นี้ค่ะ
22/03/2018

รายชื่อวิทยากรบางส่วนในงานสัมมนาประกอบการสาธิตในวันที่ 23 มีนาคม 2561 นี้ค่ะ

ที่อยู่

239 ต. สุเทพ อ. เมือง
Chiang Mai
50200

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Centre for Research in Music and Culture, SRI, CMUผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์