วินัยเชิงบวก

วินัยเชิงบวก ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก วินัยเชิงบวก, Chiang Mai.

10/08/2024

การเลี้ยงดูเด็กแบบชาวเอสกีโม ไม่มีการดุด่าเฆี่ยนตี เด็กจะโตขึ้นเป็นคนที่ควบคุมอารมณ์ได้ดี

03/08/2024
19/07/2024

#ผิดคนเดียวทำโทษทั้งห้อง
วันนี้หมอได้คุยกับเด็กผู้ชาย 8 ขวบคนนึง ที่แม่เพิ่งพามารักษาอาการสมาธิสั้น ระหว่างการคุยถึงเพื่อนที่โรงเรียน เด็กบอกว่าเพื่อนๆ ที่โรงเรียนไม่มีใครยอมเล่นด้วย ตั้งฉายาเด็กว่าเป็น Devil Boy ตอนแรกหมอคิดในใจว่าอาจเป็นเพราะเด็กไปแกล้งเพื่อน หรือรังแกเพื่อนจนเพื่อนกลัว แต่ก็ดูขัดแย้งกับบุคลิกลักษณะของเด็กที่ดูสุภาพ นุ่มนวล อ่อนโยน
หมอเลยลองให้เด็กเล่าว่าฉายา Devil Boy มาได้ยังไง
เด็ก: "เพื่อนบอกว่า ผมเป็นตัวซวยประจำห้อง มีผมอยู่ในห้องแล้วทุกคนเดือดร้อน"
หมอ: "เดือดร้อนยังไงครับ"
เด็ก: "ผมทำให้ทุกคนในห้องถูกครูหวาน (นามสมมุติ) ทำโทษบ่อยๆ"
หมอ: "ยังไงเหรอครับ"
เด็ก: "ก็เวลาผมคุยกับเพื่อน ครูหวานก็จะให้ทุกคนยืนขึ้น เวลาที่ผมทำงานเสร็จช้า ครูหวานก็จะให้ทุกคนในห้องทำงานเพิ่มขึ้น เวลาที่ผมลืมเอาของอะไรมา ครูหวานก็จะหักคะแนนทุกคน....ตอนเปิดเทอมใหม่ๆ ผมมีเพื่อนหลายคน แต่ตอนนี้ผมไม่เหลือใครแล้ว ไม่มีใครกล้ามาคุยกับผมแล้ว".......เด็กพูดด้วยน้ำเสียงที่เศร้าและหมดหวังมาก........
บทสนทนานี้ทำให้หมอนึกไปถึงอีก case นึง เป็นเด็กผู้หญิงอายุ 6 ขวบ เรียนอยู่ชั้น ป.1 แม่พามาปรึกษาเพราะเด็กร้องไห้งอแงไม่ยอมไปโรงเรียนหลังจากเปิดเทอมไปได้ 1 เดือน ทั้งๆ ที่ตอนเปิดเทอมใหม่ๆ เด็กก็กระตือรือร้นและอยากไปโรงเรียนดี แต่พักหลังเด็กมักจะบ่นปวดขาเวลาแม่ไปรับที่โรงเรียน กลางคืนเด็กมีละเมอพูดว่า "พอแล้ว...พอได้แล้ว...เหนื่อยแล้ว...ไม่ไหวแล้ว" เมื่อแม่คุยกับเด็กไปเรื่อยๆ ก็ได้ความว่า เด็กทั้งห้องถูกครูทำโทษโดยให้วิ่งขึ้นลงบันไดระหว่างชั้น 1 ถึงชั้น 3 ทุกครั้งที่มีเด็กคนใดคนหนึ่งในห้องเรียนทำผิดกฎ
สอง case นี้เป็นตัวอย่างบางส่วนของการทำโทษที่ไม่เหมาะสมในโรงเรียน ที่หมอได้ยินมาตลอด 20 กว่าปีของการเป็นจิตแพทย์เด็ก โดยที่แนวโน้มดูเหมือนว่าจะเกิดถี่ขึ้น รุนแรงขึ้น และวิธีการที่ใช้ทำโทษก็แปลกแบบคาดไม่ถึง
เหตุผลจากครูที่ชอบใช้วิธีทำโทษทั้งห้องแบบนี้ ก็จะพูดเป็น pattern เดียวกันคือ ต้องการสร้างให้เด็กเกิดความสามัคคี คอยสอดส่องดูแลเพื่อน เตือนเพื่อนไม่ให้ทำผิด เป็นการใช้พลังกลุ่มกดดันเด็กไม่ให้ทำผิด ไม่งั้นทุกคนจะเดือดร้อน
การทำโทษทุกคนยกห้อง/ยกหมู่ เมื่อมีใครคนใดคนหนึ่งทำผิด หรือ collective punishment มีกำเนิดจากโรงเรียนทหาร จากการฝึกหน่วย SEAL ซึ่งเหตุผลข้างต้น make sense เพราะทหารต้องออกรบ ต้องระแวดระวัง เวลาลาดตระเวนต้องไม่ไปเหยียบกับระเบิด หรือส่งเสียงให้ศัตรูรู้ตัว มิฉะนั้นจะตายกันทั้งหมู่ จึงต้องฝึกแบบเข้มงวด ลงโทษทั้งกองร้อย เพราะในสนามรบทุกคนอาจตายได้ ถ้ามีใครคนใดคนหนึ่งทำผิดกฏหรือไม่ระวังตัว
แต่ #โรงเรียนไม่ใช่สนามรบ เด็กไม่ใช่หน่วย SEAL เด็กๆ ไม่ได้ต้องไปสู้รบกับใคร เด็กควรจะมีความสุข รู้สึกปลอดภัยเวลาอยู่ในโรงเรียน ไม่ใช่ต้องคอยระแวงว่าจะถูกทำโทษทั้งๆ ที่ตัวเองไม่ใช่คนที่ทำผิด การทำโทษแบบนี้ยิ่งจะทำให้เด็กเกลียดกัน จับผิด กล่าวโทษกัน bully กันมากขึ้น รวมถึงเกลียดครู เกลียดการมาโรงเรียน
หมออยากเห็นการทำโทษแบบนี้หมดไปจากโรงเรียนไทยเสียที ขอให้ปาฏิหาริย์มีจริง
#หมอชาญวิทย์
หมายเหตุ: คุณครูที่ดียังมีอยู่มาก อย่าเหมารวมว่าครูทุกคนจะใช้วิธีการทำโทษแบบนี้ มีเพียงไม่กี่คนในแต่ละโรงเรียนที่ยังใช้วิธีนี้อยู่ ขอเพียงครูท่านอื่นๆ อย่าเพิกเฉย และช่วยกันขอร้องให้เลิกใช้วิธีนี้ เด็กๆ บอบช้ำกับระบบการเรียนทุกวันนี้มากพอแล้ว ช่วยกันนะครับคุณครู
ขอขอบคุณบทความดีๆ จากเพจ สมาธิสั้น แล้วไง https://www.facebook.com/adhdsowhat
https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=636676973876974&id=310332799844728&mibextid=oFDknk&rdid=0SpLz0CdMtpOM4lW

27/02/2024

ถ้าลูกของคุณคนนึงสอบได้เกรดเฉลี่ยเพียง 1.04
และเป็นอันดับรั้งท้ายของห้อง
คุณจะบอกกับลูกคุณว่ายังไงครับ?

นี่เป็นคำถามน่าคิด
ยิ่งถ้าในบรรดาลูกของเราทั้งหมดเรียนเก่ง
ได้เกียรตินิยม หรือไม่ก็ได้ทุนเรียนต่างประเทศกันหมด

แต่ดันมีลูกคนนึง ตอนม.3
โดนอธิการเชิญออกจากโรงเรียน
และต้องเรียนซ้ำชั้นตั้งแต่ม.1 ใหม่ทั้งหมด 3 ปี
คุณจะคุยกับลูกคนนี้ยังไง?

นี่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวัยเด็กของ"บอย โกสิยพงษ์"
เจ้าพ่อนักแต่งเพลงรักที่เรารู้จักกันดี
ไม่ว่าจะเป็น ฤดูที่แตกต่าง, ลมหายใจ, Live and Learn ฯลฯ

แน่นอนครับ
พี่บอยในตอนนั้นคงรู้สึกผิดหวังกับตัวเอง
คำว่า loser (ไอ้ขี้แพ้) คือ คำที่เขาใช้เรียกตัวเองในวัยเด็ก

พี่บอยไม่ใช่คนเกเรเลยได้เกรดไม่ดีนะครับ
ตรงกันข้าม เขาตั้งใจท่องหนังสือด้วยซ้ำ

"ผมฉีกหนังสือเป็นเล่มๆ ออกมาทีละบท
เพื่อจะมานั่งอ่านทีละหน้า
แต่มันไม่รู้เรื่อง
ผมโคตรพยายาม
แต่ตอนสอบ มันทำไม่ได้"...พี่บอยกล่าวไว้

แทนที่แม่จะว่าหรือดุที่ผลการเรียนไม่ดี
แม่ของพี่บอยกลับบอกว่า...

"โรงเรียนนี้น่าจะไม่เหมาะสำหรับบอยหรอก
เขาน่าจะสอนไม่เก่ง
เดี๋ยวไปหาโรงเรียนที่มันเหมาะกับบอยดีกว่านะ"

"ดีแล้วที่บอยเรียนไม่เก่งแบบพี่น้องคนอื่นๆ
เพราะตอนเด็ก แม่โง่มากเลย
การบ้านแม่ก็ทำไม่ได้ สอบก็ไม่ได้
ลอกเพื่อนประจำเลย
เพราะฉะนั้น แม่ก็จะได้มีบอย
เป็นเพื่อนสักคนหนึ่งในบ้านที่เป็นเหมือนแม่"

คำพูดนี้ของแม่
ทำให้เขาไม่รู้สึกโดดเดี่ยว
รู้สึกว่าโง่เหมือนแม่ก็ดีนะเนี่ย พี่บอยว่าไว้

แล้วพี่น้องในบ้านเดียวกันล่ะ?
คุณคงสงสัยใช่มั้ย...ว่าเค้ามีปฏิกิริยาอย่างไร?

ถ้าเป็นครอบครัวทั่วไป คงมีการหยอกล้อกันบ้างแหละ
แต่ในครอบครัวพี่บอย
พี่น้องอีก 4 คนไม่มีใครซ้ำเติมกัน
พวกเค้าใช้ชีวิตปกติราวกับไม่มีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้น

ทุกคนในครอบครัวของพี่บอย
ไม่ยอมให้อะไรเข้ามาทำลายบรรยากาศ
ที่นิ่งสงบและอบอุ่นของครอบครัวได้เลย

หลังจากที่มีปัญหามากมายกับการเรียนในไทย
จุดพลิกผันของพี่บอย
คือ การตัดสินใจไปเรียนต่อทางด้านดนตรี
ที่ University of California at Los Angeles (UCLA)
ประเทศสหรัฐอเมริกา

ที่นั่นพี่บอยได้เรียนทั้งในเรื่องการแต่งเพลง
ด้านดนตรี Electronics และธุรกิจด้านดนตรี

พอความรักและหลงใหลด้านดนตรีของพี่บอย
มาเจอกับการศึกษาที่ตรงจริต
พี่บอยเรียนจบ 3 หลักสูตรในเวลา 5 ปี
ด้วยเกรดเฉลี่ยมี A- ตัวเดียว
ที่เหลือ คือ A ทั้งหมด!!!

พี่บอยให้สัมภาษณ์ว่า...

"ทั้งหมดนี้ไม่ได้มาจากการตั้งใจเรียนเลย
มันมาจากการที่ผมรักมันสุดหัวใจ
อยากรู้อยากเห็น อยากเข้าใจไปหมด
ผมไม่เคยท่องหนังสือ แต่อ่านมันจนเข้าใจ
ผมเพิ่งเข้าใจคำพูดที่พ่อเคยบอกอย่างแท้จริงเป็นครั้งแรก

หัวใจเราอยู่ที่ไหน
ทรัพย์สมบัติเราก็อยู่ที่นั่น"

นี่คือตัวอย่างของเด็กที่อาจจะมีความถนัดไม่ตรงกันกับ
สิ่งที่โรงเรียนใช้วัดความสามารถนะครับ

ศาสตราจารย์ Howard Gardner นักจิตวิทยา
มหาวิทยาลัย Harvard อธิบายว่า...
สติปัญญาของมนุษย์มีความสามารถ
โดดเด่นแตกต่างกันได้ 8 สาขา

1. ปัญญาด้านภาษา (Linguistic Intelligence)
2. ปัญญาด้านตรรกศาสตร์และคณิตศาสตร์ (Logical- Mathematical Intelligence)
3. ปัญญาด้านมิติสัมพันธ์ (Visual-Spatial Intelligence)
4. ปัญญาด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว (Bodily Kinesthetic Intelligence)
5. ปัญญาด้านดนตรี (Musical Intelligence)
6. ปัญญาด้านมนุษยสัมพันธ์ (Interpersonal Intelligence)
7. ปัญญาด้านการเข้าใจตนเอง (Intrapersonal Intelligence)
8. ปัญญาด้านธรรมชาติวิทยา (Naturalist Intelligence)

ดังนั้น เด็กที่ได้เกรดไม่ดีจากโรงเรียน
ก็ไม่ได้หมายความว่า...
เค้าไม่เก่งนะครับ เพียงแค่เค้าอาจจะเก่งด้านอื่น
ที่ทางโรงเรียนไม่ได้วัดด้านนั้นก็ได้

ดังนั้น พ่อแม่ควรจะสังเกตความถนัดของเด็ก
แล้วส่งเสริมด้านนั้นของเด็กต่อไปครับ

เฟียตอยากเผยแพร่บทความนี้
เพราะอาจจะมีเด็กอีกหลายคนที่ตกอยู่ในสถานการณ์
เหมือนพี่บอยในตอนเด็ก

อย่าคิดไม่ดีกับตัวเอง อย่าคิดว่าตัวเองโง่นะครับ
คนเราน่าจะมีสักด้านที่เราถนัด
เพียงแต่เราต้องหาด้านนั้นให้เจอ
แล้วก็เรียนรู้เพิ่มเติมเพื่อไปให้สุดในด้านที่ถนัดครับ

ขอบคุณบทสัมภาษณ์คุณบอย
จาก The Standard, นิตยสาร A Day และบทความจากครูเฟียต

❤ ดีมากๆ มีลูกหลานควรอ่านมากๆเลยนะครับ ครอบครัวสำคัญจริงๆ โดยเฉพาะทัศนคติของคุณพ่อคุณแม่ที่มีต่อลูกๆ

ควรค่าต่อการแชร์ 😊
พ่อน้องเซน

สามารถอ่านบทความเต็มได้ที่
https://thestandard.co/boyd-kosiyabong/

ที่อยู่

Chiang Mai

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ วินัยเชิงบวกผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง วินัยเชิงบวก:

แชร์