02/04/2023
Locus control คือ ความเชื่อในความสามารถของตน
เป็นสิ่งที่นักจิตวิทยาที่ชื่อว่า Julian rotter สนใจ เขาได้อธิบายถึงพื้นที่ของความเชื่อมั่นในตนเองของบุคคลว่า มนุษย์เชื่อว่าสิ่งต่างๆนั้นสามารถควบคุมได้หรือควบคุมไม่ได้มากเพียงใด
พื้นที่ส่วนที่ควบคุมได้เรียกว่า Internal locus control เช่น ความสามารถ การกระทำหรือความผิดพลาดที่เกิดขึ้น
พื้นที่ส่วนที่ควบคุมไม่ได้ เป็นพื้นที่นอกเหนือจากการควบคุม เราเรียกว่า External control อย่างเช่น โชคดี เฮง พรหมลิขิต
ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราไปทำงานสาย เราเลือกที่จะตื่นเช้าขึ้นหรือบอกว่าการจราจรในกรุงเทพเป็นสิ่งที่ไม่สามารถคาดเดาได้
ยกตัวอย่างเช่น ถ้านักเรียนนักศึกษาสอบ เราเลือกที่จะอ่านหนังสืออย่างทุ่มเท หรือ โยนหัวก้อย แล้วแต่แรงอธิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์
คุณเลือกที่จะเชื่อในสิ่งที่ควบคุมได้หรือควบคุมไม่ได้มากกว่ากัน
ซึ่งความเชื่อทั้ง 2 แบบ ล้วนมีประโยชน์ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และความยืดหยุ่นทางความคิดนะคะ
หากเราเชื่อในความสามารถภายในเยอะเกินไป เช่น ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะตน ทำทุกอย่างทุ่มเทโดยไม่ปล่อยวาง อาจทำให้เครียด หรือ วิตกกังวลได้
แต่หากเราเชื่อในความสามารถภายนอกเยอะเกินไป เช่น บุญทำกรรมแต่ง อาจทำให้ใช้ชีวิตไปวันวัน ใช้วิธีโยนหัวก้อยตัดสินใจ ขาดแรงจูงใจ ไม่ตั้งไจทำอะไร
หลายครั้งที่เราใช้หลักการของJulian มาใช้ในการสร้างแรงจูงใจค่ะ
เช่น ถ้าเราเดินไปตามทางถนนที่ไม่มีใคร และไม่มีกล้องวงจรปิด และพบเงินที่ตกอยู่ 100 บาท เราอาจจะตัดสินใจเดินผ่านไป ไม่สนใจ
หากเปลี่ยนเป็นเงิน 1,000,000 บาทหล่ะ …? เรายังตัดสินใจเดินผ่านไปไม่สนใจได้หรือไม่
บางครั้งเราจึงเลือกที่จัดการที่ External locus control ก่อนค่ะ ทำถนนให้ปลอดภัยมีไฟส่องสว่างมีกล้องวงจรปิดที่สามารถใช้การได้ ช่วยในเรื่องของพฤติกรรมมนุษย์
แล้วเราจะจัดการเจ้า Locus control ความเชื่อในความสามารถของตนอย่างไรดี ให้สามารถมีสมดุลของทั้งภายนอก และภายในอย่างลงตัว
1. ฝึกความรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนค่ะ ว่าอาจมีทั้งด้านดีและไม่ดี ลองทบทวนดูว่าคุณเป็นผู้เล่นส่วนไหนมากกว่ากันควบคุมภายนอกหรือควบคุมภายใน
2. เขียนออกมาให้เห็นชัดเจน ว่าเราคิดหรือรู้สึกอย่างไรกับสถานการณ์นี้ การทำ Self monitoring ผ่านการเขียนบ่อยๆ จะช่วยฝึกให้เราเข้าใจตนเองได้ดีขึ้น
3. พิจารณาสิ่งที่เกิดขึ้น ถ้าเริ่มรู้สึกว่ากำลังเชื่อ ในความสามารถในการควบคุมภายนอกมากกว่าให้ลองคิด “ท้าทายตนเองมากขึ้น” แต่ถ้าเริ่มรู้สึกว่ากำลังเชื่อในความสามารถการควบคุมตนเองมากไป จนเกิดคิดโทษตัวเอง ให้ลองทบทวนใหม่ว่า “เราได้ทำอะไรลงไปบ้างนะ”
4. หลีกเลี่ยงความคิดแบบสุดขั้ว (Dichotomous) ที่ว่า เราไม่สามารถควบคุมอะไรได้เลยหรือเราควบคุมทุกอย่างมากจนเกินไป เปิดใจให้กับพื้นที่ส่วนกลางมากขึ้น รักษาสมดุลทั้ง 2 ด้านมากขึ้น
5. แทรกแซงความคิดที่เกิดขึ้นเปลี่ยนให้เป็นการกระทำ ทั้งส่วนที่ควบคุมได้และควบคุมไม่ได้ อย่างเช่น ถ้าเริ่มรู้สึกว่ากำลังเชื่อ ในความสามารถในการควบคุมภายนอกมากกว่า ลองดูซิว่า “ฉันจะทำอะไรเพิ่มเติมอีกได้บ้าง” แต่ถ้าเริ่มรู้สึกว่ากำลังเชื่อในความสามารถการควบคุมจนเองมากไป จนอาจจะเครียด หรือ กังวล “ให้พอแล้วแหละ ในที่สุดเราจะหยุดพัก และจะปล่อยวางเรื่องนี้ไป” เพราะทำในส่วนที่สามารถทำได้อย่างเต็มที่แล้ว
อย่าลืมว่า ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเกิดจากปัจจัยที่ควบคุมได้และควบคุมไม่ได้ทั้งสิ้น
“ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น ประโยคนี้เป็นเท็จ เพราะความพยายามเป็นเรื่องของคน ส่วนความสำเร็จเป็นเรื่องของฟ้า” …/ อาจารย์ของแอดมินกล่าวไว้ ❤️
แต่หากรู้สึกสงสัยในตนเอง ตกลงเรากำลังเชื่ออะไรมากกว่ากัน ขาดสมดุลของทั้งสองด้านไป
ลองปรึกษานักจิตวิทยาดูนะคะ 🙂